อุทัยธานีเมืองหุบเขาและสายน้ำ

หากจะกล่าวถึงจังหวัดเล็ก ๆ แสนอบอุ่น ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวครบทุกบรรยากาศ สามารถเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปเช้าแล้วกลับพลบค่ำได้ จังหวัด “อุทัยธานี” เป็นหนึ่งในคำตอบของนักท่องเที่ยวแน่นอน เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้มีชื่อเสียงด้านวัฒนธรรมการตักบาตรเทโว หรือเรียกว่าการตักบาตรเทโวโรหณะ ซึ่งกระทำกันในวันออกพรรษาทุกปีและเป็นหนึ่งในประเพณียิ่งใหญ่ของพุทธศาสนิกชน ณ วัดสังกัสรัตนคีรี วัดเก่าแก่บนยอดเขาสะแกกรัง ซึ่งบนยอดเขาเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์พระพุทธรูปปางมารวิชัย อันเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของเมืองอุทัยธานี ถัดจากยอดเขาสะแกกรังมุ่งลงสู่แม่น้ำสะแกกรัง จะเห็นบ้านเรือนแพริมน้ำทอดตัวยาวแสดงถึงวิถีชุมชนกับสายน้ำ หากสังเกตตัวบ้านเรือนแพจะเห็นหลังคา 2 ทรง คือ ทรงจั่วและทรงปั้นหยา อันเป็นเอกลักษณ์ของบ้านไทยในภาคกลาง บางครั้งจะเห็นบ้านเรือนแพทาสีม่วงโดดเด่นแปลกตา ซึ่งสีม่วงถือได้ว่าเป็นสีมงคลของชาวเมืองอุทัยฯ ปัจจุบันเราสามารถล่องเรือเพื่อชมบ้านเรือนแพได้โดยตลอดวัน เพื่อศึกษาวิถีชีวิตของชุมชน การทำประมง และที่สำคัญการได้ลองชิมปลาแม่น้ำของจังหวัดอุทัยธานี เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรพลาดสำหรับนักท่องเที่ยว สถานที่ยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดอุทัยธานีได้แก่ วัดจันทาราม หรือที่ชาวบ้านนิยมเรียกกันว่าวัดท่าซุงนั้นเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่นักท่องเที่ยวต้องเดินทางมานมัสการหลวงพ่อฤาษีลิงดำ พระเถระที่มีชื่อเสียง โดยเฉพาะลูกแก้วสารพัดนึก หรือลูกแก้วมณีรัตนะอันศักดิ์สิทธิ์ ที่ผู้ที่นิยมชมชอบของขลังต้องหาติดตัว เพื่อบูชาขอในสิ่งที่ตนปรารถนา แล้วต้องเดินทางมาเช่าบูชาที่วัดแห่งนี้ นอกจากนี้ยังมีวิหารแก้ว 100 เมตรที่ประดับแก้วแวววาวภายในสวยงามอย่างยิ่ง รวมถึงปราสาททองคำ หรือปราสาททองกาญจนาภิเษกก็สวยงามควรค่าแก่การมาท่องเที่ยวสักครั้งหนึ่งในชีวิต หลังจากไหว้พระ ล่องเรือ อุทัยธานียังมีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่ย้อนยุคไปถึงยุคดึกดำบรรพ์ ได้แก่ “หุบป่าตาด” สถานที่ลึกลับซ่อนตัวอยู่ในหุบเขา สิ่งที่ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ได้รับความนิยมเพราะหากเราเดินเข้าถ้ำในโพรงมืดจากปากถ้ำเข้าไปเรื่อย

“โอกินาวา” สัมผัสวัฒนธรรมริวกิว ชมถ้ำหินงอกหินย้อย ชิมอาหารทะเลสด

สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยการเดินทางไปท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นนั้นปลดล็อกการเดินทางท่องเที่ยวในด่านสำคัญคือการไม่ต้องขอวีซ่าเพื่อเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่น ทำให้การเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นจับต้องได้ง่ายกว่าเดิมมาก ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมเป็นเอกลักษณ์ในแบบฉบับของตน อาหารที่อร่อยและเริ่มคุ้นชินกับคนไทยตามการเผยแพร่วัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่นมาสู่ประเทศไทยมากขึ้น เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และเป็นแหล่งรวมสินค้าเพื่อการช้อปปิ้งที่สนุกแห่งหนึ่งของโลก                 “โอกินาวา” เมืองชายหาดและเป็นประตูทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น ที่ตั้งของอาณาจักรริวกิวในอดีต มีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย การเดินทางสะดวกหากทำใบขับขี่สากลจากประเทศไทยไปเพื่อเช่ารถขับเองจะสนุกไม่น้อย ขับง่ายเพราะคนญี่ปุ่นรักษากฎจราจรเป็นอย่างดี สำหรับการเดินทางเริ่มจากการชมมรดกโลกของเมืองโอกินาวา อันประกอบไปด้วย ปราสาทต่าง ๆ เช่น ปราสาทชูริ ปราสาทนะคะกุสุคุ ประสาทคะซึเร็น ประสาทซาคามิ และประสาทนาคิจิน                 “ Okinawa Churaumi Aquarium” อควาเรียมที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของโลก เพื่อชมฉลามวาฬยักษ์ที่ว่ายเวียนใน อควาเรียมขนาดใหญ่เสมือนเป็นโรงภาพยนตร์ขนาดใหญ่ที่มีสิ่งมีชีวิตจริงแสดงให้ดู นอกจากนี้ในส่วนต่าง ๆ ยังให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับสิ่งมีชีวิตตัวเป็น ๆ ในโซน Touch Pool ที่ให้สัมผัสได้ทั้งปลาดาว และปลิงทะเล อควาเรียมที่นี่เหมาะอย่างยิ่งที่จะมาเรียนรู้ทรัพยากรทางทะเลที่ทั้งได้ความรู้และสนุกสนานไปด้วย                 “Gyokusendo” ถ้ำหินปูนอายุกว่าสามแสนปี ภาพแรกที่พบคือถ้ำอลังการและสวยงามมาก สามารถเดินเข้าไปได้ง่ายไม่เหนื่อยมาก เนื่องจากมีสะพานเหล็กราบไม่ชันมากตลอดเส้นทาง ระหว่างทางเดินจะพบกับหินงอกหินย้อยประดับไฟตกแต่งสวยงามทั้งตัวหินงอกหินย้อยและลำธารเล็ก ๆ ภายในถ้ำ หลังจากออกนอกถ้ำมีการจำลองวิถีชีวิตของชาวริวกิวให้นักท่องเที่ยวได้ชม มีพิพิธภัณฑ์งูฮาบุซึ่งเป็นงูที่มีพิษร้ายแรงของโอกินาว่า การเดินเที่ยวชมทางสถานที่ได้จัดให้เดินตามเส้นทางได้สะดวก และเก็บบรรยากาศได้อย่างครบถ้วน            

กัวลาลัมเปอร์ เที่ยวเพลินเผลอหลงรัก

“กัวลาลัมเปอร์” เมืองหลวงของประเทศมาเลเซีย เมืองที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมทำให้วัฒนธรรมต่าง ๆ นั้นพยายามแสดงออกมาเป็นเอกลักษณ์แต่ผสานกันอย่างลงตัว ทั้งอาหารการกิน สถาปัตยกรรม ที่เป็นทั้งแบบดั้งเดิมและแบบฟิวชั่น เกิดเป็นเสน่ห์ใหม่ที่น่าค้นหาและน่าท่องเที่ยว                 การเช่ารถขับในเมืองกัวลาลัมเปอร์สามารถทำได้หากเรามีใบขับขี่สากล เป็นอีกเมืองหนึ่งที่ขับรถเองได้ง่าย หาที่จอดรถได้ตามจุดต่าง ๆ ที่สำคัญน้ำมันราคาถูกมาก ทำให้ประหยัดค่าเดินทางได้ดี หรือหากใครไม่สะดวกเช่ารถขับก็สามารถเดินทางโดยสารผ่านการขนส่งสาธารณะก็สะดวกที่จะไปยังจุดที่เป็นจุดสำคัญทางการท่องเที่ยวของกัวลาลัมเปอร์ ทั้งรถไฟฟ้าที่ครอบคลุมเส้นทาง รถแท็กซี่ หรือรถประจำทาง                 “ถ้ำบาตู” อยู่ห่างจากนอกเมืองมาอีกนิดสามารถนั่งรถไฟฟ้ามาถึงได้ ถ้ำนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของผู้นับถือศาสนาฮินดู ด้านหน้าถ้ำมีรูปปั้นพระขันธกุมารองค์ใหญ่โดดเด่นเป็นตระหง่าน และนักท่องเที่ยวสามารถออกกำลังกายเพื่อบริหารเส้นเลือดให้หัวใจสูบฉีดได้ด้วยการเดินขึ้นไปเข้าถ้ำด้วยขั้นบันได 272 ขั้น จะพบกับเหล่าองค์เทพต่าง ๆ ที่ชาวฮินดูนับถือ แต่สิ่งที่ต้องระวังคือบรรดาลิงทั้งหลายที่อาจจะเข้ามาทักทายหยิบจับสิ่งของของท่านไปเล่นได้                 “ปุตราจายา” เมืองใหม่ที่เป็นศูนย์กลางการบริหารประเทศที่มีทั้งความทันสมัยและความสวยงามของสถาปัตยกรรมของมัสยิดสีชมพูที่โดดเด่นเมื่อเดินผ่านเข้าไปตรงประตูจะต้องตะลึงกับความสวยงามแน่นอน นอกจากนี้ในเมืองนี้ยังมีกิจกรรมกลางแจ้งเช่นการปีนหน้าผาจำลอง ลานเล่นสเก็ตบอร์ด เส้นทางปั่นจักรยานเสือภูเขา หรือการพายเรือคายัค เรือแคนนู หรือเรือถีบ ได้ด้วย และหากใครชื่นชอบธรรมชาติสามารถเดินเล่นชมสวน Taman Botani สวนพฤกษศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในมาเลเซีย เพื่อศึกษาพืชพันธุ์ต่าง ๆ จากทั่วโลกได้ด้วย ครบทุกกิจกรรมในสถานที่เดียว                 “ตึกเปโตรนัส” หรือคนไทยเรียกติดปากกันว่าตึกแฝด สามารถถ่ายรูปคู่กับตึกนี้ได้ทั้งในเวลากลางวัน และเวลากลางคืนก็สวยงามไม่แพ้กัน เราสามารถใช้เวลาบริเวณตึกนี้ได้ทั้งวันเริ่มจากการถ่ายรูปคู่กับตึกและเข้าไปจับจ่ายใช้สอยของภายในบริเวณห้าง

เมื่อเที่ยวฟิลิปปินส์แล้วจะไม่อยากลามะนิลา

“ฟิลิปปินส์” ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่คนไทยอาจจะไม่คุ้นเคยนัก ด้วยวัฒนธรรม ศาสนาที่แตกต่าง และออกในแนวจะเป็นยุโรปมากกว่าประเทศพุทธหรืออิสลาม เพื่อนบ้านที่คุ้นเคย ผู้คนส่วนใหญ่ในฟิลิปปินส์นับถือศาสนาคริสต์ ดังนั้นเราจะพบโบสถ์เก่าแก่ ตามแบบสถาปัตยกรรมของสเปนซึ่งเป็นประเทศเจ้าอาณานิคมมาอย่างยาวนาน                 “มหาวิหารแห่งมะนิลา” สถานที่แห่งแรกที่อยากให้ไปเยือนเพราะเป็นสถานที่สำคัญทางศาสนา เราะจะพบนักท่องเที่ยวมากมายรวมถึงชาวคริสต์ของเมืองมะนิลาแวะเวียนกันมาเสมอ นอกจากนี้หากเกิดอาการเมื่อยขาอยากนั่งรถชมเมืองก็มีรถม้าบริการนักท่องเที่ยวให้นั่งชมวิวเมืองสบาย ๆ หรือจะลองนั่งรถที่เป็นสัญลักษณ์ของมะนิลา “รถจิ๊ปนี่” ซึ่งเป็นรถประจำทางที่ตกแต่งสีสันสดใสในสไตล์แตกต่างกัน ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในการนั่งรถชมรอบเมือง                 “นาขั้นบันไดบานาเว” เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ควรไปชมอย่างมาก บางคนอาจจะเห็นว่านาขั้นบันไดที่ซาปา ประเทศเวียดนามก็มีไม่ต้องบินไปไกลถึงฟิลิปปินส์ อยากให้ลองคิดทบทวนดูใหม่ เพราะนาขั้นบันไดที่นี่ได้รับการยอมรับจากองค์การยูเนสโกยกย่องให้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ยุคใหม่ลำดับที่ 8 ของโลก นาขั้นบันไดบานาเวเป็นร่องรอยทางวัฒนธรรมชนเผ่า Ifugao เมื่อสองพันปีก่อน เป็นวิธีการทำเกษตรกรรมที่ฉลาดมากสำหรับในยุคนั้นซึ่งปัจจุบันชาวนาท้องถิ่นยังคงทำนาข้าวในขั้นบันไดนี้กันอยู่ และหากใครอยากสัมผัสวัฒนธรรมพื้นเมืองสามารถนอนพักรีสอร์ทที่นาขั้นบันไดนี้ได้ด้วย และอยากให้ลองชิมซอสที่ทำจากกล้วยที่นำมาใช้แทนซอสมะเขือเทศที่เราทานกันรสชาติแปลกใหม่แต่ไปในทางที่ดี                 “Pagsanjan fall” น้ำตกแห่งนี้อยู่ห่างจากกรุงมะนิลาประมาณ 90 กิโลเมตร การเดินทางเข้าไปน้ำตกต้องไปทางเรือโดยคนพายเรือจะค่อย ๆ พายเรือไปในแม่น้ำเมื่อถึงเกาะแก่งต่าง ๆ ที่น้ำตื้นเขินคนพายเรือจะทั้งดันทั้งลากรวมถึงแบกเรือที่ให้เรานั่ง เพื่อไปสู่จุดหมายคือน้ำตก เป็นการท่องเที่ยวที่ได้รับประสบการณ์ใหม่มากเพราะเราจะไม่ทันตั้งตัว คนพายเรือก็แบกเราให้ข้ามหินก้อนนี้ไปยังก้อนนั้นเป็นระยะทางหลายกิโลเมตร นับได้ว่าต้องมีความแข็งแรงและคุ้นชินเส้นทางเป็นอย่างดี หลังจากนั้นคนเรือจะรอเราและให้เราเดินเข้าไปยังน้ำตกซึ่งน้ำไหลแรงมากและจะมีแพให้เราฝ่ากระแสน้ำที่ไหลลงมาจากหน้าถ้ำเพื่อเข้าไปภายในถ้ำ สิ่งที่ตื่นเต้นคือเมื่อแพอยู่ตรงกลางน้ำตกที่ไหลเทลงมาตัวของเราจะจมลงไปในน้ำครึ่งตัวก่อนที่จะโผล่ขึ้นมาอีกทีเมื่อเราเข้ามาอยู่ภายในถ้ำแล้ว การเดินทางครั้งนี้ถือว่าได้รับประสบการณ์แปลกใหม่ของการท่องเที่ยวต่างแดน           เมื่ออ่านมาถึงย่อหน้าสุดท้ายแล้วคงจะคิดเหมือนกันว่า กรุงมะนิลา

“อิโปห์ (IPOH)” ศิลปะข้างถนนที่ต้องค้นหา

การเดินทางครั้งใหม่เกิดขึ้นได้เสมอเพียงลบคำว่า “ไม่มีเวลา” ออกไปจากพจนานุกรมส่วนตัว การได้เจอเพื่อนใหม่ การได้รับไมตรีจากคนแปลกหน้าเวลาหลงทางและขอความช่วยเหลือโดยการถามทางเป็นเรื่องที่น่าสนุกไม่น้อย อยู่ที่มุมมองของแต่ละคน เฉกเช่นงานศิลปะ บางคนมองว่าสวย บางคนมองต่างออกไป ทั้งศิลปะขึ้นห้าง หรือศิลปะขึ้นหิ้ง ไม่เว้นแม้แต่ศิลปะข้างถนนตามกำแพงบ้านเรือน ตามตัวตึกรามบ้านช่อง ซอกซอยที่กำลังเป็นที่นิยมกันไม่น้อยในหมู่ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทยเรา                 “อิโปห์” เมืองเล็ก ๆ ของประเทศมาเลเซีย ขนาดเล็กแต่อบอุ่น ตั้งอยู่ห่างจากกรุงกัวลาลัมเปอร์เพียง 200 กิโลเมตร สามารถเดินทางด้วยรถไฟประมาณ 2 ชั่วโมง หรือเช่ารถขับก็ใช้เวลาไม่นาน ระหว่างทางอาจแวะเที่ยวเก็นติ้งไฮแลนด์ (Genting Highland) นอนพักท่ามกลางอากาศเย็นตื่นมาพร้อมกับสัมผัสสายหมอกในห้องนอน แล้วค่อยออกเดินทางต่อไปยังเมืองอิโปห์ก็ไม่ติดขัดอะไร หรือจะแวะออกนอกเส้นทางไปอีกหน่อยเพื่อแวะชิมชาที่ คาเมรอนไฮแลนด์ (Cameron Highland) ก็เป็นอีกเส้นทางการท่องเที่ยวหนึ่งที่น่าสนใจ                 “อิโปห์ (IPOH)” ศิลปะข้างถนนที่ต้องค้นหา ตามชื่อนั้นเป็นเรื่องจริงที่ตัวงานศิลปะตามถนนนั้นจะหลบซ่อนให้นักท่องเที่ยวต้องค้นหาจะด้วยการเดินหรือการขับรถไปตามจุดต่าง ๆ เป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้น บางคนหาตามเส้นทางใน google map ไม่เจอไม่ต้องกลัวเพียงยื่นรูปให้ชาวเมืองอิโปห์ดูเจ้าบ้านก็พร้อมใจจะให้คำตอบหรือไม่ก็พาเดินไปยังภาพเหล่านั้นได้ สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาดนอกจากชมศิลปะตามตึกแล้วลองแวะชิมกาแฟที่เป็นสาขาต้นกำเนิดของกาแฟร้าน “Old Town White Coffee” กาแฟสัญชาติมาเลเซียอันโด่งดัง

สระบุรี อาหารอร่อยดี ที่ไม่ใช่แค่เมืองผ่าน

ปัจจุบันการท่องเที่ยวสถานที่ต่าง ๆ นอกจากชมความงดงามของสถานที่นั้น สัมผัสวัฒนธรรมที่แตกต่างออกไปจากเดิม การได้ลิ้มลองอาหารต่างถิ่นเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่แยกกันไม่ออกจากการท่องเที่ยวเลย หากถามหาอาหารพื้นเมือง หรืออาหารที่ชาวบ้านชุมชนนั้นกินอยู่กันเป็นอย่างไร นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมุ่งหน้าเข้าไปตระเวนหาในตลาดสดหรือบริเวณโดยรอบตลาดนั้น ๆ เพื่อค้นหา ทดลองและบอกต่อ                 เมืองสระบุรีที่ไม่ได้มีดีที่กะหรี่ปั๊บเพียงอย่างเดียว ยังมีอาหารทั้งคาวหวานให้ได้ค้นหากัน สำหรับคนต่างถิ่น เมืองนี้อาจเป็นเพียงเมืองผ่านเพื่อมุ่งหน้าไปยังภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือไปยังลพบุรีและจังหวัดใกล้เคียง แต่เมื่อลองเข้ามาค้นหาก็ค้นพบอาหารหลากหลายในตลาดเก่าแห่งนี้ อาหารที่แนะนำให้คนต่างที่ต่างถิ่นมาทดลองชิมกัน ได้แก่ ข้าวมันไก่ยามเช้าร้านรสนิยม ข้าวหอม ไก่นุ่ม น้ำจิ้มรสดี และน้ำซุปกลิ่นบ๊วยจาง ๆ เอาชนะใจนักชิมได้ง่าย ต่อมา “ร้านแดงราดหน้า” มีไฮไลท์ที่เกี๊ยวกรอบราดหน้าที่ไส้ของเกี๊ยวเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของทางร้านที่ไม่เหมือนใคร ที่สามารถนำมาประยุกต์ได้ในทุกเมนูราดหน้าในการนำไปผสมกับเส้นต่าง ๆ ได้อย่างลงตัว ของหวานในตลาดเมืองสระบุรีมีไอศครีมกะทิแบบโบราณให้เลือกทานในราคาแบบมิตรภาพ นอกจากนี้อย่าลืมลองหาบราวนี่ในตำนานของสระบุรีเพื่อปิดท้ายหรือซื้อเป็นของฝากด้วยยิ่งดี                 ห่างจากตัวเมืองสระบุรีเพียงเล็กน้อยไม่เกิน 10 นาทีจะเข้าสู่อำเภอเสาไห้ แวะไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่อำเภอได้แก่ เสาไม้ตะเคียนทอง ที่วัดสูง เพื่อไหว้ขอพรที่ศาลเจ้าแม่นางตะเคียน หลังจากนั้นแวะชมหอวัฒนธรรมไทยวน ศึกษาวิถีชีวิตชุมชน ภูมิปัญญาพื้นบ้านของชาวไทยวน เมื่อท่องเที่ยวชื่นชมวัฒนธรรมเรียบร้อยได้เวลาเสาะหาของรับประทานในตลาดเก่าของอำเภอเสาไห้ ที่ใครไม่มาทานถือว่ายังมาไม่ถึงเสาไห้ เริ่มจาก ร้านเกี๊ยวกรอบ 100 ปี หรือชื่อจริงของร้านคือ ร้าน ส.พาณิชย์ ที่ตัวแป้งของเกี๊ยวกรอบร้านนี้หาไม่ได้ที่ไหนในเมืองไทย

“ดานัง – ฮอยอัน” ฉันไม่รักไม่ได้แล้ว

หากมีเวลาไม่มาก เพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นตัวเลือกที่ดีมากสำหรับการเดินทางเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ สัมผัสวัฒนธรรมที่แตกต่าง สังสรรค์เพื่อนเก่า เคล้ากับการหาเพื่อนใหม่ ๆ อีกทั้งการเดินทางไปยังประเทศเวียดนามก็สะดวกสบาย นั่งเครื่องบินราคาประหยัด ประหยัดทั้งเงินทั้งเวลา แต่สิ่งที่ได้รับคือพลังชีวิตที่เต็มเปี่ยมเพื่อกลับมาต่อสู้กับการทำงานกันต่อ                 เมืองดานัง เมืองท่าสำคัญของเวียดนามตอนกลาง ติดทะเลจึงเป็นเมืองชายหาดที่สำคัญที่ทั้งนักท่องเที่ยวชาวเวียดนาม หรือนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกนิยมมาพักผ่อนตากอากาศกัน ชายหาดที่ยาวสุดลูกหูลูกตา คลื่นลมที่พัดแรง ทรายที่นุ่มเท้า น้ำทะเลสีครามนับได้ว่าเป็นสวรรค์หนึ่งของนักเดินทาง สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของเมืองดานัง นอกจากทะเล ยังมีภูเขาหินอ่อน 5 ลูกตั้งตระหง่านเพื่อรอให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นไปสัมผัสวิวที่สวยงามของเมือง สำหรับการไหว้พระขอพรมีวัดลินห์อึ๋ง (Linh Ung Temple) อันเป็นสถานที่สักการะเจ้าแม่กวนอิมขนาดใหญ่ ซึ่งชาวดานังให้การเคารพนับถือกันมาก ถัดจากนั้นยามเย็นอย่าลืมไปเดินเล่นริมสะพานมังกร รับลมริมแม่น้ำ เดินสวนไปมากับหนุ่มสาวชาวดานัง และพร้อมรับชมการแสดงแสงสีจากมังกรที่พาดตัวกลางสะพาน ในทุกค่ำคืนของวันเสาร์ ก็ทำให้ตื่นตาตื่นใจได้ไม่น้อย                 ตื่นเช้าอีกวันต้องเสียสละเวลาทั้งวันตั้งแต่เช้าตรู่จนถึงพลบค่ำเพื่อขึ้นกระเช้าที่มีความยาวที่สุดในโลกเพื่อขึ้นไปสัมผัสบรรยากาศเย็นตลอดทั้งปีที่ “บานาฮิลล์ (Bana hills)” ที่มีทั้งสวนสุนกสำหรับเด็ก ๆ ซุ้มอาหารนานาชาติ และสถานที่สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สถานที่แห่งนี้มีวัฒนธรรมที่ผสมผสานทั้งยุโรปแบบฝรั่งเศส และศิลปะแบบจีน เวียดนาม ถ้ามีเวลาสามารถพักค้างคืนพร้อมกับชมการแสดงและอาหารมื้อค่ำสุดพิเศษได้จุใจในสไตล์บุฟเฟต์ หากไม่มีเวลาก็ลงมาพักพร้อมกับหาอาหารทะเลริมชายหาดทั้งกุ้ง หอย ปู ปลาสด ๆ

“ท่าอิฐ” แหล่งรวมที่เที่ยว ไหว้พระ หาของกินใกล้กรุง

หากอยู่กรุงเทพฯ หรือปริมณฑลแต่ไม่อยากเดินทางไกล หรือฝ่าฟันการจราจรที่คับคั่งในวันหยุดพักผ่อนให้เสียอารมณ์ การเที่ยวในสถานที่ใกล้ ๆ ไม่ต้องขับรถ แต่ใช้บริการขนส่งสาธารณะที่สะดวกในการเดินทาง “ท่าอิฐ” ตำบลเล็ก ๆ ในอำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรีที่หลายคนรู้จักกันดี และอาจจะเที่ยว ชิม ช้อป แชะ จนชินแล้ว ลองเปิดใจเดินทางมา “ท่าอิฐ” สักครั้งในวันหยุดก็เป็นตัวเลือกที่ดีที่สามารถทำกิจกรรมหลากหลาย ได้ทั้งครอบครัว                 “ท่าอิฐ” จากปากทางจนถึงสุดซอยจะพบความเปลี่ยนแปลงมากมาย ทั้งตัวตึกรามบ้านช่อง ร้านค้า อาคารพาณิชย์ ตลาดสด ตลาดนัด เรียงรายเข้าแถวจากต้นซอยจนถึงท้ายซอยติดแม่น้ำเจ้าพระยา ในวันธรรมดาหากใครเรียกรถแท็กซี่เพื่อเข้ามาส่งในซอยนี้ ถ้าหากเลี่ยงได้คนขับก็อยากออกปากปฏิเสธผู้โดยสาร ด้วยระยะหลังบริเวณนี้เป็นที่อยู่อาศัยที่ขยายจากความเป็นเมืองมาเรื่อย ๆ ทำให้หมู่บ้านจัดสรรเกิดขึ้นจำนวนมาก การสัญจรเดินทางเลยติดขัดไม่สะดวก                 หากไม่นับรวมปัญหาการจราจรติดขัด “ท่าอิฐ” มีของดีแอบซ่อนมากมาย เช่น เป็นแหล่งรวมวัฒนธรรมทั้งพุทธและอิสลาม ท่าอิฐมีวัดที่รองรับนักท่องเที่ยวชาวพุทธสายบุญอยู่หลายวัด เช่น 1) วัดบางบัวทอง ที่มีสถานที่ให้อาหารวัว ไถ่ชีวิตโค ลอดโบสถ์ 2) วัดแสงสิริธรรม มีองค์หลวงพ่อดำศักดิ์สิทธิ์ให้ได้สักการะบูชา และยังมีอาหารอร่อยในแพไว้รองรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย 3) วัดท่าอิฐ

“เมียนมา ดื่มชา ไหว้พระ ขอพร อ้อนเทพ”

“เจดีย์ชเวดากอง” แหล่งรวมความศรัทธาของชาวพุทธ เจดีย์องค์ใหญ่สีทองตัดกับสีฟ้าครามของท้องฟ้าที่ปลอดมลพิษตั้งสูงตระหง่านอยู่กลางเมืองย่างกุ้ง เมืองหลวงเก่าของเมียนมา ส่วนใหญ่เมื่อนักท่องเที่ยวมาถึงย่างกุ้งจะคิดถึงการชื่นชมศิลปวัฒนธรรมแบบพม่า ผ่านวัดวาอารามที่มีเรียงรายทั่วเมือง ในบทความนี้จะพาทุกท่านไปเที่ยวให้ครบทุกรสชาติ ทั้งดื่มชา ไหว้พระ ขอพร อ้อนเทพ                 ย่างกุ้งเป็นเมืองที่มีความร้อนพอสมควรไม่ต่างจากกรุงเทพฯ ของเรา ดังนั้น เครื่องดื่มยอดนิยมต้องมีน้ำแข็งเป็นส่วนประกอบเพื่อการคลายร้อน และชาเย็นแบบพม่าใส่น้ำแข็งทำให้สดชื่นได้ในยามเดินทาง ชาเย็นพม่าต่างจากไทยตรงความหวานมันที่ต่างกัน ชาพม่าจะมีรสหวานจางแต่มีความเฝื่อนของชาที่มากกว่าและความหอมของชาพม่าที่เป็นเอกลักษณ์ทำให้ชนะใจนักท่องเที่ยวจนเป็นสินค้าของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้านกัน ในส่วนของร้านชา คาเฟ่ต่าง ๆ ย่างกุ้งก็มีให้บริการในหลากหลายสไตล์ทำให้ยกระดับชาของพม่าจากข้างทางมาอยู่ในร้านสวยหรูได้                 “เจดีย์สุเล (Sule Pagoda)” เจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมสร้างขึ้นเมื่อ 2,000 ปีที่แล้ว ภายในบรรจุเส้นพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า พระเจดีย์นี้เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งแห่งที่นักถ่ายรูปต้องมาถ่ายและไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง ถึงแม้ว่าเจดีย์สุเลจะตั้งอยู่ตรงวงเวียนใจกลางเมืองที่วุ่นวายแต่เมื่อเข้าสู่ภายในบริเวณเจดีย์กลับพบความสงบโดยสามารถมานั่งสมาธิและไหว้พระรอบ ๆ องค์พระเจดีย์ได้                  “เจดีย์เยเลพญา (Kyaik Hwaw Wun Pagoda)” หรือ เจดีย์กลางน้ำ ตั้งอยู่ที่เมืองสิเรียมไม่ไกลจากย่างกุ้งมากนัก เป็นอีกสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวเมียนมา เจดีย์กลางน้ำต้องข้ามเรือผ่านกระแสน้ำอันเชี่ยวกราก เมื่อขึ้นถึงฝั่งบนเกาะอย่าลืมไหว้พระขอพรเรื่องการทำธุรกิจการค้า ซึ่งเป็นเรื่องเด่นของสถานที่แห่งนี้                 “เจดีย์โบตะตาว” วัดชื่อดังด้านการขอพรจากเทพทันใจ หรือในภาษาพม่าเรียกว่า “นัตโบโบยี” โดยที่เรียกว่าเทพทันใจเนื่องมาจากใครมาขอพรที่นี่ก็จะได้รับพรแบบรวดเร็วทันใจ เมื่อได้ตามสิ่งที่หวังก็ต้องกลับมาแก้บนกับท่าน

“ชุมแสง” ตลาดเก่า 100 ปี อาหารดีน่าลิ้มลอง

หลายคนรู้จัก “ชุมแสง” อำเภอเล็ก ๆ ในจังหวัดนครสวรรค์ ในฐานะฉากหนึ่งของละครดัง “กรงกรรม” ตลาดชุมแสงเป็นศูนย์รวมการค้าขายทางเรือในสมัยก่อนและขยับที่ทางตามการเปลี่ยนแปลงของการคมนาคม เมื่อการสัญจรทางน้ำไม่ได้รับความนิยม ความเจริญจึงหันเหไปทางรถไฟ และถนนตามลำดับ แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน “ชุมแสง” ได้บ่มเพาะชุมชนอันประกอบด้วย คนจีน คนไทย คนลาว เกิดการผสานวัฒนธรรมที่หลากหลาย                 นอกจากชุมแสงจะมีตลาดเก่า 100 ปี เป็นตัวชูโรงนำด้านการท่องเที่ยว วัดวาอารามที่สวยงาม วัฒนธรรมการทำน้ำตาลจากต้นตาลโตนด การโชว์การกระโดดโลดโพนผ่านต้นตาลต้นแล้วต้นเล่าเพื่อเก็บน้ำตาลสด ๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ชิมกันแบบฟรี ๆ ตำนานของจระเข้ “ด่างเกยไชย” ก็มีให้ชมในพิพิธภัณฑ์ของวัดเกยไชยเหนือ นอกจากนี้ทุกสิ้นปีเตรียมชมการแสดงในงานประเพณีแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่ชุมแสง ที่เรียกได้ว่าเป็นงานมหกรรมของอำเภอ ทั้งการเชิดสิงโต มังกรทอง เหล่าบรรดาทหาร(เอ็งกอ) ดนตรีจีน(ล่อโก้ว) และการแสดงแบบไทย ๆ ของนักเรียนโรงเรียนต่าง ๆ ของเทศบาลเมืองชุมแสง ทำให้ผู้ชมประทับใจได้ไม่แพ้กับตัวจังหวัดนครสวรรค์เลย                 วัฒนธรรมอย่างง่ายที่คนส่วนใหญ่เข้าถึงได้คือ “วัฒนธรรมอาหาร” อาหารของชาวชุมแสงเรียกได้ว่ามีความประณีตไม่เหมือนที่อื่น ก๋วยเตี๋ยวน้ำ ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ เคี่ยวน้ำซุปถึงรสกระดูก เครื่องเคียงกระจุกกระจิกอย่างละชิ้นสองชิ้น เช่น ไส้หมู ตับหมู