Tag: ภาคใต้

ครั้งหนึ่งของชีวิต ต้องลองไปขอพรที่นครศรีธรรมราช

ในสมัยสุโขทัยและอยุธยาอาณาจักรตามพรลิงค์หรือนครศรีธรรมราชในปัจจุบันนั้น เป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาแบบลังกาวงศ์ เนื่องจากเมืองนครศรีธรรมราชในขณะนั้นได้ส่งสมณทูตไปศึกษาเล่าเรียนพระพุทธศาสนาแบบลังกาวงศ์ที่เมืองศรีลังกา เมื่อสมณทูตสำเร็จการศึกษาจึงกลับมายังอาณาจักรตามพรลิงค์และทำการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแบบลังกาวงศ์ นอกจากพระพุทธศาสนาแล้วเมืองนครศรีธรรมราชยังเป็นเมืองแห่งวิชาอาคม ไสยศาสตร์และการเล่นแร่แปลธาตุอีกด้วย จึงทำให้เมืองนครศรีธรรมราชขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งมนต์ขลังนั่นเอง ตามมาดูกันว่าหากท่านทั้งหลายได้มีโอกาสไปเที่ยวเมืองนครศรีธรรมราชนั้น มีสถานที่ใดบ้างที่ท่านไม่ควรพลาดที่จะไปขอพร 

พระมหาธาตุวรมหาวิหาร เป็นพระบรมธาตุเจดีย์ที่ชาวไทยพุทธและชาวต่างชาติโดยเฉพาะชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ ให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมาก นักท่องเที่ยวมักจะมากราบไหว้บูชา เพื่อขอความเป็นสิริมงคลและเสริมบารมีให้กับชีวิตอย่างไม่ขาดสาย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่เป็นไฮไลท์ คือ การห่มผ้าพระธาตุ ซึ่งเป็นกิจกรรมมหากุศลที่ชาวนครศรีธรรมราช ชาวไทยพุทธและชาวต่างชาติ ไม่ควรพลาด ส่วนกิจกรรมจะจัดช่วงไหนของปีนั้นท่านทั้งหลายต้องศึกษากันเอาเอง เพราะการห่มผ้าพระธาตุในแต่ละปีนั้นจะมีวันเวลาที่แตกต่างกันไป

ไอ้ไข่วัดเจดีย์ เป็นกุมารทองที่มีชื่อเสียงเลื่องลือในเรื่องของการบนบานศาลกล่าวเป็นอย่างมาก เล่าขานกันว่าไม่ว่าจะบนบานเรื่องใดหรือขอสิ่งใด ก็มักจะได้ตามที่ขอ โดยเมื่อสมหวังดั่งใจแล้ว ให้แก้บนด้วยการจุดประทัด ซื้อชุดทหารหรือรูปปั้นไก่มาถวายตามจำนวนที่บนบานเอาไว้ นอกจากนี้ทางวัดไอ้ไข่เจดีย์ยังมีเครื่องรางของขลังให้เช่าบูชา ซึ่งเงินที่ได้จากการบูชานั้น จะถูกนำไปพัฒนาวัดต่อไป ดังนั้นแล้วหากท่านทั้งหลายมีโอกาสได้ไปบนบานศาลกล่าวที่วัดไอ้ไข่เจดีย์ ขอให้ท่านเตรียมเรื่องที่จะบนบานไปให้ดี ๆ เพราะท่านอาจมีเวลาในการบนบานไม่มากนัก เนื่องจากนักท่องเที่ยวแน่นขนัดวัดทุกวัน

พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ วัดพระธาตุน้อย เป็นอีกหนึ่งวัดที่นักท่องเที่ยวนิยมไปขอพรเรื่องโชคลาภ เล่าขานกันว่ามีนักท่องเที่ยวหลายรายถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลใหญ่ หลังจากไปกราบไหว้พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ ณ วัดแห่งนี้

พ่อท่านเขียว วัดหรงบน เนื่องจากในอดีตท่านมีความสามารถในการรักษาผู้ป่วยด้วยคาถาพุทธคุณ จึงทำให้นักเรียนที่มีความตั้งใจอยากเป็นหมอ มาขอพรให้สอบติดคณะแพทยศาสตร์อยู่บ่อย ๆ และนอกจากนี้เครื่องรางของขลังของท่านยังเป็นที่นิยมในการเช่าบูชาเพื่อให้แคล้วคลาดปลอดภัย

                เรื่องการขอพรและการบนบานศาลกล่าวนั้น เป็นความเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่าจริงหรือไม่จริง แต่ถึงกระนั้นแล้วก็ไม่ควรงมงายเสียจนลืมชีวิตความเป็นจริง และนอกจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ แล้ว เมืองนครศรีธรรมราชยังมีสถานที่อีกหลายแห่งให้นักท่องเที่ยวได้มาเยี่ยมเยือนกัน  

“ยะลา” ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่หลาย ๆ คนคิด

หากพูดถึงยะลาเป็นที่แน่นอนว่าหลาย ๆ คนมักจะเกิดความหวาดกลัว เพราะยะลาเป็นหนึ่งในสามจังหวัดชายแดนใต้ที่มีเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง นอกจากคนในพื้นที่แล้ว ก็มีคนไม่มากนักที่รู้ว่ายะลาเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีความสวยงาม อีกทั้งยังเป็นจังหวัดที่มีทรัพยากรทางธรรมชาติที่สมบูรณ์อีกด้วย  

“ยะลา” อย่ากลัวที่จะไป!!!

                ยะลาเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ทางภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทยและเป็นจังหวัดที่ไม่มีทางออกทะเล ยะลาเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีความหลากหลายในด้านศาสนาและวัฒนธรรม ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบขึ้น ยะลาเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีศักยภาพในการพัฒนาความเป็นเมืองขนาดใหญ่ เนื่องจากมีการหลั่งไหลของสินค้าต่างชาติอย่างมาเลเซียและสิงคโปร์ และได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนสินค้าและวัฒนธรรมระหว่างกัน แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบขึ้น ทำให้ยะลากลายเป็นเมืองที่เงียบเหงา สร้างความหวาดกลัวให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้ทำให้ความสวยงามและความเป็นเอกลักษณ์ของยะลาลดลงไปเลยแม้แต้น้อย

                ในปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติกลับมาให้ความสนใจในการท่องเที่ยวในยะลาอีกครั้ง เสมือนเป็นการฟื้นคืนชีพชื่อเสียงให้กับยะลา การไปเที่ยวยะลานั้น ต้องขอบอกก่อนว่า “ท่านทั้งหลายจะต้องเตรียมตัวให้พร้อม” เพราะยะลามีที่เที่ยวเยอะมาก จนท่านเองแทบจะเที่ยวไม่ครบภายในวันเดียว สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในยะลามีอะไรบ้างมาดูกันเลย

ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง ถึงแม้ยะลาจะไม่มีทะเลของจริง แต่ยะลามีทะเลหมอกให้ดื่มด่ำบรรยากาศ ซึ่งทะเลหมอกอัยเยอร์เวงเป็นทะเลหมอกที่มีความสวยงามไม่แพ้ทะเลหมอกทางภาคเหนือของเมืองไทยเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งทะเลหมอกอัยเยอร์เวงยังถูกจัดอันดับให้เป็นทะเลหมอกที่สวยที่สุดในลำดับต้น ๆ ของเมืองไทยอีกด้วย สถานที่นี้เหมาะสำหรับคนที่ชอบสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดหรือคนที่ชอบดูพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก หรือถ้าหากอยากจะนอนกางเต็นท์ก็มีที่ทางให้เป็นสัดส่วน  

เขื่อนบางลาง แต่เดิมนั้นเขื่อนบางลางถูกจัดสร้างขึ้น เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าเท่านั้น แต่ด้วยความสวยงามของพื้นที่โดยรอบที่มีทั้งภูเขา ป่าต้นน้ำ และป่าน้อยใหญ่ ล้อมรอบ ทำให้สถานที่นี้ได้รับความนิยมจากนักถ่ายภาพทั้งมือสมัครเล่นและมืออาชีพ หลายครั้งหลายคราสถานที่นี้ถูกใช้ถ่ายถ่าย Pre-wedding ให้กับคู่บ่าวสาว กิจกรรมที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่ง คือ พายเรือเล่นในเขื่อน

สวนดอกไม้เมืองหนาวเบตง สถานที่นี่สวยงามมากเหมือนกับหลุดออกมาจากนิยาย มีดอกไม้เมืองหนาวนานาพันธุ์ สวนดอกไม้เมืองหนาวแห่งนี้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีค่าเข้าชมคนละ 20 บาท สวนแห่งนี้มีที่พักรองรับนักท่องเที่ยว ซึ่งเหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจสำหรับคนที่ชอบดอกไม้และชอบอากาศสบาย ๆ

การไปเที่ยวจังหวัดยะลานั้น ต้องศึกษาสถานการณ์ความไม่สงบในช่วงที่จะไปเที่ยวให้ถี่ถ้วน เพื่อความปลอดภัยของตนเอง และนอกจากนี้ควรศึกษาประเพณีและวัฒนธรรมของคนยะลาด้วย เพราะคนยะลานั้นมีวัฒนธรรมผสมผสานระหว่างชาวพุทธ ชาวมุสลิม และชาวจีน ซึ่งบางอย่างคนยะลาอาจจะมีการดำเนินวิถีชีวิตที่แตกต่างจากนักท่องเที่ยวผู้มาเยือน แต่นั้นก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะสิ่งสำคัญที่สุดในการท่องเที่ยว คือ ผู้มาเยี่ยมเยือนจะต้องจะให้เกียรติสถานที่ท่องเที่ยวและคนพื้นถิ่น กลับกันเจ้าบ้านพื้นถิ่นก็ต้องต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยความเป็นมิตรไมตรีเช่นกัน

“สงขลา” เมืองแฝดพี่แฝดน้องของรัฐปีนัง

สงขลาเป็นจังหวัดที่อยู่ทางภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย จัดว่าเป็นจังหวัดที่มีความเจริญและความพร้อมในด้านต่าง ๆ เป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย จังหวัดสงขลามีทั้งหมด 16 อำเภอ ซึ่งมีอำเภอที่มีชื่อเสียงอยู่ด้วยกันหลายอำเภอ เช่น อำเภอเมืองสงขลา อำเภอหาดใหญ่ อำเภอสะเดา เป็นต้น แต่ในบทความนี้จะนำเสนอการท่องเที่ยวในอำเภอเมืองสงขลาเพียงอย่างเดียว

อำเภอเมืองสงขลาฝาแฝดรัฐปีนัง

อำเภอเมืองสงขลา เป็นอำเภอหนึ่งที่ตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบสงขลาและทะเลอ่าวไทย ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของอำเภอเมืองสงขลานั้นมีหลากหลายแนว ซึ่งมาดูกันดีกว่าว่ามีสถานที่ใดในอำเภอเมืองสงขลาที่น่าสนใจบ้าง

กำแพงเมืองสงขลา ก่อสร้างโดยการโปรดเกล้าฯจากพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) ทรงพระราชทานเงินภาษีให้เจ้าเมืองสงขลาในขณะนั้น คือ พระยาวิเชียรคีรี (เถี้ยนเล้ง) ก่อสร้างกำแพงเมืองขึ้น โดยเริ่มสร้างในปี พ.ศ. 2379 และเสร็จสิ้นเมื่อปี พ.ศ. 2385 ใช้ระยะเวลารวมทั้งหมด 6 ปี การก่อสร้างกำแพงเมืองนั้นเป็นไปอย่างล่าช้า เนื่องจากมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น คือ การปราบกบฏไทรบุรีครั้งสุดท้ายใน ปี พ.ศ. 2381 จึงทำให้ไพร่พลในขณะนั้นต้องรวมตัวไปช่วยรบเป็นการชั่วคราว

เขาตังกวน เป็นภูเขาที่มีพระธาตุเจดีย์หลวงเป็นพระธาตุคู่เมืองของสงขลา ซึ่งเป็นศิลปะสมัยทวาราวดีที่ได้รับอิทธิพลมาจากการเผยแผ่ศาสนาของเมืองนครศรีธรรมราชในอดีต แต่เนื่องจากขาดการบำรุงดูแลมาเป็นระยะเวลานาน จึงทำให้พระธาตุเจดีย์หลวงเสื่อมโทรมตามกาลเวลา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) จึงได้พระราชทานเงินหลวงเพื่อบูรณปฏิสังขรณ์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2539 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่9) ได้ทรงพระราชทานพระบรมสารีริกธาตุเพื่อบรรจุในองค์พระเจดีย์ ซึ่งหากท่านทั้งหลายมีโอกาสมาเที่ยวชมอำเภอเมืองสงขลาในช่วงเดือนตุลาคม ขอแนะนำให้ท่านทั้งหลายเข้าร่วมพิธีตักบาตรเทโวแบบฉบับดั้งเดิมของเมืองสงขลา เพราะพิธีตักบาตรเทโวนั้นมีเพียงปีละครั้งเท่านั้น ซึ่งไม่ควรพลาด แต่หากท่านทั้งหลายมาเที่ยวในเดือนอื่น ๆ ก็อย่าเพิ่งนึกเสียดายไป เพราะเขาตังกวนเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดที่ท่านสามารถพักผ่อนหย่อนใจไปกับการรับชมวิวรอบอำเภอเมืองสงขลา

ย่านเมืองเก่าเพื่อชมและถ่ายภาพกับศิลปะบนกำแพงหรือ street art เป็นจุดที่ได้รับความนิยมจากชาวไทยและชาวต่างชาติมากที่สุด โดยเฉพาะชาวจีน มาเลเซีย และญี่ปุ่น เพราะมีผังเมืองที่เป็นระเบียบ มีสถาปัตยกรรมบ้านที่มีรูปแบผสมผสานระหว่างจีนและตะวันตก เช่น ทรงบ้านสไตล์ชิโนโปรตุกีส ทรงบ้านสไตล์จีน เรียงรายอยู่ตามถนนย่านเมืองเก่าสงขลา ซึ่งมีความเป็นเอกลักษณ์ อีกทั้งพื้นที่โดยรอบนั้นมีการดำเนินวิถีชีวิตที่ผสมผสานระหว่างชาวจีน ชาวพื้นถิ่น และชาวมุสลิมทั้งในด้านภาษาและอาหารการกิน หากมองโดยรวมแล้วจะพบว่าอำเภอเมืองสงขลานั้นดูมีความคล้ายคลึงกับรัฐปีนัง ทั้งในเรื่องภูมิศาสตร์ การจัดวางผังเมือง สถาปัตยกรรมและวัฒนธรรม ตรงนี้นี่เองที่ทำให้อำเภอเมืองสงขลาถูกขนานนามจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและชาวไทยว่าเป็นเมืองแฝดพี่แฝดน้องของรัฐปีนัง           

                นอกจากที่กล่าวมาแล้วนั้นอำเภอเมืองสงขลายังมีสถานที่ท่องเที่ยวและแลนด์มาร์กต่าง ๆ ให้ท่านได้เยี่ยมชมและแวะถ่ายรูปร่วมอีกด้วย เช่น รูปปั้นหนูแมว หัว ตัวและหางพญานาค ประตูเมืองสงขลา เป็นต้น โดยเฉพาะรูปปั้นนางเงือกทอง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองสงขลา มีตำนานเล่ากันว่า “หากใครอยากมีแฟนเป็นคนสงขลา ให้จับนมนางเงือก ” จะจริงแท้หรือไม่ ขอเชิญชวนให้ท่านทั้งหลายไปพิสูจน์ด้วยตัวเอง

“หาดใหญ่” ไม่ใช่แค่ดินแดนแห่งไก่ทอด

หาดใหญ่เป็นเมืองที่มีความพร้อมในหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะด้านคมนาคม มีรถสาธารณะหลายประเภทที่คอยอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็น รถสองแถว รถแท็กซี่ รถมินิบัส รถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง รถตุ๊ก ๆ สี่ล้อ เป็นต้น ดังนั้นแล้วหากนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยือนเมืองหาดใหญ่ให้วางใจเรื่องการเดินทางได้เลย

กิจกรรมที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาถึงหาดใหญ่

ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในอำเภอหาดใหญ่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่หลายที่ แต่ที่ได้รับความนิยมและเลื่องชื่อในการบนบานและไหว้เพื่อเสริมบารมีนั้น ได้แก่ หลวงพ่อปานวัดโคกสมานคุณ หลายคนเชื่อว่าเป็นพระที่หากบนบานเรื่องการศึกษามักจะประสบความสำเร็จ หลวงปู่ทวดวัดโคกสมานคุณ หลายคนมักจะบนบานให้ตนเองแคล้วคลาดหรือเดินทางอย่างปลอดภัย เจ้าพ่อเขาคอหงส์ มีเรื่องเล่าขานว่า หากบนบานขอเลื่อนตำแหน่งข้าราชการทหาร มักประสบความสำเร็จ พระพรหมูลนิธิเซี่ยงตึ๊ง ผู้คนต่างไหว้เพื่อขอโชคลาภและเรื่องความรัก พระพุทธชินราช ณ เขาคอหงส์และพระนอนวัดหาดใหญ่ใน ซึ่งใหญ่เป็นอันดับสามของโลก หลายคนมักจะมากราบไหว้ เพื่อความเป็นสิริมงคลและเสริมบารมีให้กับตนเอง

ตะลุยกินอาหารและเครื่องดื่ม หาดใหญ่เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อว่ามีอาหารการกินที่ดีเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศไทยเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะอาหารข้างทาง ภัตตาคาร หรืออาหารตามร้านทั่วไป ซึ่งถ้าหากมาถึงหาดใหญ่แล้ว ไม่ควรพลาด เมนูไก่ทอดหาดใหญ่ จะเลือกกินร้านไหนก็ได้ เพราะมีรสชาติที่อร่อยเหมือนกันและคงความเป็นต้นตำรับของไก่ทอดหาดใหญ่ด้วยการเสิร์ฟหอมเจียวหอม ๆ พร้อมกับข้าวเหนียวไก่ทอด ติ่มซำหรือแต้เตี้ยม เป็นอาหารขึ้นชื่อของหาดใหญ่อีกอย่างหนึ่ง ซึ่งมีให้เลือกทานหลายร้าน แต่ทีเด็ดของร้านติ่มซำหลาย ๆ ร้าน คือ บะกุ๊ดเต๋ ที่มีรสชาติเครื่องเทศเข้มข้น ข้าวหมกไก่ ต้องบอกก่อนว่าข้าวหมกไก่ของหาดใหญ่ไม่เหมือนที่อื่นนะ เด็ดทั้งรสชาติของข้าวหมกสีเหลืองและน้ำจิ้มเลยทีเดียว เมนูอาหารใต้ต่าง ๆ รสชาติอาหารใต้ของหาดใหญ่ รับรองว่าเผ็ดถึงพริกถึงขิงและอร่อยแบบถึงใจแน่นอน

นั่งร้านนมร้านน้ำชา ตกดึกคนหาดใหญ่ส่วนมากจะนิยมนั่งร้านนมและร้านน้ำชาบรรยากาศร้านเหล้า ซึ่งหากมาหาดใหญ่ ก็ไม่ต้องแปลกใจนะว่าทำไมถึงมีร้านนมและร้านน้ำชา บรรยากาศดี๊ดี มีไฟสลัว มีเพลงคลอเบา ๆ เสมือนร้านเหล้า คนที่นี่เขานั่งร้านนมบรรยากาศแบบนี้มาตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นพ่อแล้ว และไม่ใช่แค่บรรยากาศดีเท่านั้น รสชาติอาหารขอร้านนมและร้านน้ำชานั้นอร่อย หรอยจังฮู้จริง ๆ

ช้อปปิ้ง เมืองหาดใหญ่ได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองที่มีสินค้าครบครัน ดังนั้นแล้วหากท่านต้องการมาช้อปปิ้งโดยเฉพาะ ขอแนะนำให้ท่านไปช้อปปิ้งที่ตลาดกิมหยง ตลาดสันติสุข ตลาดพลาซ่า ตลาดเอเชี่ยนเทรด ตลาดกรีนเวย์ เป็นต้น หรือถ้าหากท่านเป็นนักช้อปปิ้งสินค้ามือสอง ต้องบอกเลยว่าห้ามพลาดการช้อปปิ้งที่ตลาดยรรยงเด็ดขาด ซึ่งเปิดทุกวันอังคาร ศุกร์ และเสาร์ ตั้งแต่เช้ามืดจนถึงเที่ยงวัน ยิ่งมาเช้าเท่าไหร่ โอกาสที่จะได้ของดีแบรนด์ดังในราคาถูกก็มีมากเท่านั้น

                ที่เขียนมาให้ท่านทั้งหลายอ่านนั้นเป็นเพียงแค่น้ำจิ้มของเมืองหาดใหญ่เท่านั้น ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวและร้านอาหารต่าง ๆ ในอำเภอหาดใหญ่นั้นยังมีอีกหลายแห่ง ซึ่งหากมีโอกาสอย่าลืมเปิดใจที่จะมาเที่ยวหาดใหญ่นะ รับรองว่าท่านทั้งหลายจะประทับใจไม่รู้ลืมแน่นอน

สตูล เมืองที่มีความสมบูรณ์ของธรรมชาติไม่รู้จบ

การออกไปท่องเที่ยวเพื่อหลีกหนีความจำเจของชีวิต ถือว่าเป็นความคิดที่สร้างสรรค์มาก ๆ เพราะนอกจากจะทำให้คลายเครียดแล้ว ยังอาจจะทำให้พบเจอสิ่งใหม่ ๆ หรือประสบการณ์แปลกใหม่จากสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านั้น หากท่านผู้อ่านกำลังรู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิตของตัวเองอยู่ในขณะนี้และยังไม่รู้ว่าจะออกไปท่องเที่ยวที่ไหน ขอให้ท่านรับจังหวัดสตูลเอาไว้เป็นตัวเลือกด้วย รับรองว่าท่านทั้งหลายจะหลงรักในความสมบูรณ์แบบของธรรมชาติที่สตูลอย่างแน่นอน

สตูลไม่ได้มีดีแค่หลีเป๊ะ

                หลาย ๆ ท่านอาจจะเคยได้ยินคำกล่าวถึงจังหวัดสตูลในแง่ที่ว่าเป็น “มัลดีฟส์แห่งเมืองไทย” เพราะเนื่องจากเกาะหลีเป๊ะมีน้ำทะเลที่สวยใส มีหาดทรายที่นุ่มเท้าเสียยิ่งกว่าแป้งทาตัวเด็ก แต่จริง ๆ แล้วสตูลไม่ได้มีเพียงเกาะหลีเป๊ะเท่านั้น สตูลยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายที่ให้ท่านทั้งหลายได้เพลิดเพลินกัน มีอะไรบ้างตามมาดูกันได้เลย

ถ้ำเลสเตโกดอน หากให้อ่านเองแบบไม่มีคำอ่านให้ เชื่อว่าหลาย ๆ ท่านคงจะอ่านว่า “ถ้ำเลส-เต-โก-ดอน” แต่ที่ถูกต้อง ต้องอ่านว่า “ถ้ำเล-สะ-เต-โก-ดอน” ที่มาของชื่อถ้ำมาจากการค้นพบซากฟันของช้างสเตโกดอน ซึ่งเป็นช้างยุคดึกดำบรรพ์ ส่วนคำว่าเลนั้นก็มาจากการเรียกทะเลสั้น ๆ ของชาวปักษ์ใต้นั้นเอง การที่จะเข้าไปในถ้ำเลสเตโกดอนได้นั้น ต้องพายเรือคายัคเข้าไป ระหว่างสองข้างทางนั้น มีหินงอกหินย้อยระยิบระยับประหนึ่งกับว่ามีเพชรเม็ดน้อยใหญ่ฝังอยู่ การพายเรือภายในถ้ำนี้ต้องใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง เนื่องจากถ้ำมีความยาวประมาณ 3-4 กิโลเมตร

ปราสาทหินพันยอด การจะเดินทางมาถึงปราสาทหินพันยอดได้นั้น ต้องผ่านการพายเรือคายัคฝ่าดงป่าชายเลน การพายเรือคายัคมาเองโดยไม่มีคนพื้นถิ่นหรือไกด์พายให้นั้น ถือเป็นสิ่งที่ท้าทายความสามารถอย่างหนึ่ง เพราะบางท่านอาจจะพายเรือวนไปวนมาและการพายเรือโต้กับคลื่นนั้นต้องใช้กำลังแขนในการพายเป็นอย่างมาก เมื่อพายมาถึงปราสาทหินพันยอด ความเหนื่อยจากการพายเรือคายัคหายวับไปทันที เพราะภายในถ้ำของปราสาทหินพันยอดนั้นมีความสวยงามเป็นอย่างมาก ทั้งน้ำสีเขียวมรกตที่สะท้อนแสงอยู่ใจกลางถ้ำและยอดหินที่ตระหง่านสูงใหญ่คล้ายยอดปราสาทที่รายล้อมสระมรกต

                นอกจากสถานที่เที่ยวทางทะเลแล้ว สตูลยังมีอาหารที่อร่อยและขึ้นชื่ออีกด้วย คือ เมนูปลาเค็ม เนื่องจากความสมบูรณ์ของธรรมชาติ ทำให้ชาวประมงหาปลาได้เยอะมากในแต่ละครั้ง จึงทำให้ชาวประมงนำปลาเหล่านั้นมาแปรรูปเป็นปลาเค็ม เพื่อถนอมปลาให้รับประทานได้นานที่สุด สตูลเป็นจังหวัดที่ขึ้นชื่อเรื่องปลาเค็มเป็นอย่างมาก ดังนั้นหากไปถึงสตูลแล้ว ควรจะต้องลิ้มลองเมนูปลาเค็มต่าง ๆ เช่น ปลาอินทรีย์เค็มทอด แกงเทโพปลาเค็ม ยำปลาเค็ม เป็นต้น

“พัทลุง” จากเมืองผ่านกลายเป็นเมืองที่ต้องแวะ

พัทลุงเป็นจังหวัดที่มีเส้นทางเชื่อมต่อกับหลาย ๆ จังหวัด ได้แก่ สงขลา ตรัง นครศรีธรรมราช และสตูล ซึ่งเป้าหมายหลักของการท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในอดีตนั้น ส่วนมากจะเน้นการท่องเที่ยวในจังหวัดใหญ่ ๆ อย่างจังหวัดสงขลาและจังหวัดนครศรีธรรมราช และเน้นการท่องเที่ยวหมู่เกาะอันดามันอย่างจังหวัดตรังและจังหวัดสตูล แต่เนื่องด้วยจากพัทลุงเป็นจังหวัดเล็ก ๆ ที่ไม่มีความเป็นเมืองใหญ่อย่างสงขลาและนครศรีธรรมราช และไม่มีทะเลสวย ๆ อย่างตรังและสตูล จึงทำให้พัทลุงโดนมองข้ามและกลายเป็นจังหวัดทางผ่านอย่างเดียว แต่ในปัจจุบันพัทลุงได้สลัดทิ้งคราบความเป็นเมืองผ่านในความคิดของใครหลาย ๆ คนออกไปได้เป็นอย่างมาก

จุดแข็งของพัทลุง

                จุดแข็งของจังหวัดพัทลุง คือ เป็นจังหวัดที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ทั้งทางบกและทางน้ำ อีกทั้งวิถีชีวิตของชาวบ้านพื้นถิ่นยังมีความเป็นเอกลักษณ์ จึงทำให้จังหวัดพัทลุงได้นำจุดเด่นที่มีอยู่ออกมาจุดประกายเป็นจุดขาย เพื่อเรียกนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศ ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก

สถานที่ท่องเที่ยวสไตล์บ้านทุ่งผสมผสานวิธีชีวิตของชาวเมืองลุง

                 สถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดพัทลุงส่วนมากพัฒนามาจากสถานที่ที่มีความเป็นบ้านนาบ้านทุ่ง ผสมผสานกับวิถีชีวิตของชาวเมืองลุง จนกลายเป็นที่ประทับใจและเป็นที่รู้จักในระดับประเทศ ได้แก่

ร้านกาแฟสไตล์บ้านทุ่ง ร้านกาแฟส่วนมากในจังหวัดพัทลุง จะถูกสร้างในผืนนาที่มีวิวข้างหน้าเป็นภูเขาหิน ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงแค่ร้านกาแฟที่เอาไว้ทำงานหรืออ่านหนังสือเพียงอย่างเดียว แต่เป็นร้านกาแฟที่บอกเล่าวิถีชีวิตของชาวเมืองลุงได้เป็นอย่างดี เนื่องจากมีการจัดแสดงชิ้นงานศิลปะ วัฒนธรรม รวมทั้งเครื่องมือการดำเนินวิถีชีวิตของชาวลุงในอดีตไว้ด้วย เช่น ศิลปะที่เกี่ยวมโนราห์ ไซดักปลา ครกตำข้าว กังหันไม้ บ้านจำลองในอดีต เป็นต้น เสมือนเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กที่อยู่ในร้านกาแฟ นับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่แรก ๆ เลยก็ว่าได้ ที่ทำให้พัทลุงได้รับความนิยม

ดูควายน้ำในทะเลน้อย ทะเลน้อยเป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อระหว่างพัทลุงและสงขลา ทะเลน้อยเป็นทะเลสาบที่มีสีสันสวยงามจากดอกบัวหลากหลายสายพันธุ์ และมีสัตว์ชนิดหนึ่งที่มีความพิเศษและหาดูได้ยากจากที่อื่น นั่นก็คือ “ควายน้ำ” ควายน้ำที่ทะเลน้อยเป็นปศุสัตว์ชนิดแรกของไทยที่ได้ขึ้นทะเบียนมรดกเกษตรโลก นอกจากดอกบัวสวย ๆ และควายน้ำที่มีความเป็นสัตว์เฉพาะถิ่นแล้ว ยังมีสะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ที่มีสีสันหวาน ๆ ให้ได้ถ่ายรูปและสามารถขับรถกินลมชมวิวธรรมชาติยาว ๆ เป็นระยะทาง 14 กิโลเมตรอีกด้วย

                ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงแหล่งท่องเที่ยวที่นำมายกตัวอย่างให้ท่านได้อ่านเท่านั้น พัทลุงยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง ซึ่งหากเขียนให้ท่านอ่านทั้งหมด เกรงว่าท่านทั้งหลายจะเหนื่อยล้าเอาเสียก่อน อย่างคำโบราณว่า “สิบปากว่า ไม่เท่าตาเห็น” หมายความว่า ท่านทั้งหลายต้องไปสัมผัส ดื่มด่ำ บรรยากาศธรรมชาติที่พัทลุงด้วยตัวเอง ท่านถึงจะรู้ว่าที่อ่านมานั้นเป็นเพียงความสวยงามที่เล็กน้อยเท่านั้น