“เมียนมา ดื่มชา ไหว้พระ ขอพร อ้อนเทพ”

“เจดีย์ชเวดากอง” แหล่งรวมความศรัทธาของชาวพุทธ เจดีย์องค์ใหญ่สีทองตัดกับสีฟ้าครามของท้องฟ้าที่ปลอดมลพิษตั้งสูงตระหง่านอยู่กลางเมืองย่างกุ้ง เมืองหลวงเก่าของเมียนมา ส่วนใหญ่เมื่อนักท่องเที่ยวมาถึงย่างกุ้งจะคิดถึงการชื่นชมศิลปวัฒนธรรมแบบพม่า ผ่านวัดวาอารามที่มีเรียงรายทั่วเมือง ในบทความนี้จะพาทุกท่านไปเที่ยวให้ครบทุกรสชาติ ทั้งดื่มชา ไหว้พระ ขอพร อ้อนเทพ

                ย่างกุ้งเป็นเมืองที่มีความร้อนพอสมควรไม่ต่างจากกรุงเทพฯ ของเรา ดังนั้น เครื่องดื่มยอดนิยมต้องมีน้ำแข็งเป็นส่วนประกอบเพื่อการคลายร้อน และชาเย็นแบบพม่าใส่น้ำแข็งทำให้สดชื่นได้ในยามเดินทาง ชาเย็นพม่าต่างจากไทยตรงความหวานมันที่ต่างกัน ชาพม่าจะมีรสหวานจางแต่มีความเฝื่อนของชาที่มากกว่าและความหอมของชาพม่าที่เป็นเอกลักษณ์ทำให้ชนะใจนักท่องเที่ยวจนเป็นสินค้าของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้านกัน ในส่วนของร้านชา คาเฟ่ต่าง ๆ ย่างกุ้งก็มีให้บริการในหลากหลายสไตล์ทำให้ยกระดับชาของพม่าจากข้างทางมาอยู่ในร้านสวยหรูได้

                “เจดีย์สุเล (Sule Pagoda)” เจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมสร้างขึ้นเมื่อ 2,000 ปีที่แล้ว ภายในบรรจุเส้นพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า พระเจดีย์นี้เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งแห่งที่นักถ่ายรูปต้องมาถ่ายและไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง ถึงแม้ว่าเจดีย์สุเลจะตั้งอยู่ตรงวงเวียนใจกลางเมืองที่วุ่นวายแต่เมื่อเข้าสู่ภายในบริเวณเจดีย์กลับพบความสงบโดยสามารถมานั่งสมาธิและไหว้พระรอบ ๆ องค์พระเจดีย์ได้

                 “เจดีย์เยเลพญา (Kyaik Hwaw Wun Pagoda)” หรือ เจดีย์กลางน้ำ ตั้งอยู่ที่เมืองสิเรียมไม่ไกลจากย่างกุ้งมากนัก เป็นอีกสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวเมียนมา เจดีย์กลางน้ำต้องข้ามเรือผ่านกระแสน้ำอันเชี่ยวกราก เมื่อขึ้นถึงฝั่งบนเกาะอย่าลืมไหว้พระขอพรเรื่องการทำธุรกิจการค้า ซึ่งเป็นเรื่องเด่นของสถานที่แห่งนี้

                “เจดีย์โบตะตาว” วัดชื่อดังด้านการขอพรจากเทพทันใจ หรือในภาษาพม่าเรียกว่า “นัตโบโบยี” โดยที่เรียกว่าเทพทันใจเนื่องมาจากใครมาขอพรที่นี่ก็จะได้รับพรแบบรวดเร็วทันใจ เมื่อได้ตามสิ่งที่หวังก็ต้องกลับมาแก้บนกับท่าน หากข้ามไปอีกฝากฝั่งถนนจะพบกับเทพกระซิบ หรือในภาษาพม่าว่า “อะมาดอว์เมียะ” ที่ต้องเข้าไปกระซิบเพื่อขอพรกับท่าน ก็ถูกบรรจุเป็นสถานที่แห่งหนึ่งที่ห้ามพลาดในการไปขอพรอ้อนเทพ

                หลังจากใช้เวลาทั้งวันเพื่อดื่มชา ไหว้พระขอพร อ้อนเทพแล้ว หากยังพอมีเวลาลองไปหาของทานมื้อค่ำดี ๆ แนะนำที่ไชน่าทาวน์ของย่างกุ้ง ที่มีอาหารทั้งคาวหวาน ไม่ว่าจะเป็นอาหารปิ้งย่าง เครื่องในหมูพะโล้ ผลไม้สดตามฤดูกาล ทั้งสาลี่ มังคุด และทุเรียน นับได้ว่าไชน่าทาวน์ที่นี่คึกคักไม่แพ้กับไชน่าทาวน์ที่อื่น และไม่ต้องกลัวว่ามาเที่ยวย่างกุ้งไม่สามารถทานอะไรได้ ที่นี่อุดมไปด้วยอาหารทะเล และอาหารจีนที่อร่อย อีกทั้งพ่อค้าแม่ค้ายินดีที่จะสนทนากับเราเป็นภาษาไทยอีกด้วย

“ชุมแสง” ตลาดเก่า 100 ปี อาหารดีน่าลิ้มลอง

หลายคนรู้จัก “ชุมแสง” อำเภอเล็ก ๆ ในจังหวัดนครสวรรค์ ในฐานะฉากหนึ่งของละครดัง “กรงกรรม” ตลาดชุมแสงเป็นศูนย์รวมการค้าขายทางเรือในสมัยก่อนและขยับที่ทางตามการเปลี่ยนแปลงของการคมนาคม เมื่อการสัญจรทางน้ำไม่ได้รับความนิยม ความเจริญจึงหันเหไปทางรถไฟ และถนนตามลำดับ แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน “ชุมแสง” ได้บ่มเพาะชุมชนอันประกอบด้วย คนจีน คนไทย คนลาว เกิดการผสานวัฒนธรรมที่หลากหลาย

                นอกจากชุมแสงจะมีตลาดเก่า 100 ปี เป็นตัวชูโรงนำด้านการท่องเที่ยว วัดวาอารามที่สวยงาม วัฒนธรรมการทำน้ำตาลจากต้นตาลโตนด การโชว์การกระโดดโลดโพนผ่านต้นตาลต้นแล้วต้นเล่าเพื่อเก็บน้ำตาลสด ๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ชิมกันแบบฟรี ๆ ตำนานของจระเข้ “ด่างเกยไชย” ก็มีให้ชมในพิพิธภัณฑ์ของวัดเกยไชยเหนือ นอกจากนี้ทุกสิ้นปีเตรียมชมการแสดงในงานประเพณีแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่ชุมแสง ที่เรียกได้ว่าเป็นงานมหกรรมของอำเภอ ทั้งการเชิดสิงโต มังกรทอง เหล่าบรรดาทหาร(เอ็งกอ) ดนตรีจีน(ล่อโก้ว) และการแสดงแบบไทย ๆ ของนักเรียนโรงเรียนต่าง ๆ ของเทศบาลเมืองชุมแสง ทำให้ผู้ชมประทับใจได้ไม่แพ้กับตัวจังหวัดนครสวรรค์เลย

                วัฒนธรรมอย่างง่ายที่คนส่วนใหญ่เข้าถึงได้คือ “วัฒนธรรมอาหาร” อาหารของชาวชุมแสงเรียกได้ว่ามีความประณีตไม่เหมือนที่อื่น ก๋วยเตี๋ยวน้ำ ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ เคี่ยวน้ำซุปถึงรสกระดูก เครื่องเคียงกระจุกกระจิกอย่างละชิ้นสองชิ้น เช่น ไส้หมู ตับหมู กระเพาะหมู หมูสับบะช่อ หมูแดง ลูกชิ้นปลาบัวลอย หมูกรอบสูตรเฉพาะตัว เกี๊ยวกรอบ ฯลฯ แล้วแต่พ่อค้าแม่ค้าจะรังสรรค์ขึ้นมาในชาม 1 ชาม ทำให้เห็นได้ถึงความประณีตใส่ใจในการทำอาหารให้ลูกค้า นอกจากก๋วยเตี๋ยวน้ำแล้ว ก๋วยเตี๋ยวแห้งที่นี่ก็อร่อยไม่แพ้กัน

                “ผัดไทย” อาหารที่นับได้ว่าทุกภูมิภาคในประเทศไทยมีกินทุกที่ แต่ละที่ความเป็นผัดไทยก็แตกต่างกันไป ทั้งเส้นจันทน์ เส้นเล็กธรรมดา ใส่กุ้ง ใส่มันกุ้ง ใส่เนื้อสัตว์ตามแต่ละร้านจะสร้างสรรค์ขึ้นมา หรือจะเปลี่ยนรูปแบบเป็น เกี๊ยวกรอบ หมี่กรอบ ผัดไทยไม่ใส่เส้น มาม่า ก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละคน แต่ผัดไทยชุมแสง “แตกต่าง” ใครมาชุมแสงแล้วไม่ได้ลิ้มลองผัดไทยสูตรของชุมแสงนับได้ว่ามาไม่ถึง ความต่างของผัดไทยชุมแสงคือ การใช้น้ำตาลโตนดที่ดีเคี่ยวกับน้ำมะขามเปียก การแช่เส้นล่วงหน้า การเลือกใช้ถั่วคั่วที่หอม ไชโป๊ะสับใหม่ กุ้งแห้งตัวเล็กแดงสวยงาม กากหมูเจียว ผักโรยที่ใช้ผักชีฝรั่งโรยปิดท้ายทำให้หอม ผัดไทยชุมแสงแท้ไม่ใส่เต้าหู้ ใช้ไข่เป็ด และผัดไทยชุมแสงแท้ต้องใส่ถั่วฝักยาว หากซื้อทิ้งไว้ข้ามคืนนำมาอุ่นเส้นยังเหนียวนุ่มอร่อย

                “ราดหน้า” เส้นที่ผัดในกระทะกับเตาถ่านหอมไปทั่วซอย ก๋วยเตี๋ยวประเภทหนึ่งที่เป็นที่นิยมทั่วทุกภูมิภาคอีกเช่นกัน ราดหน้าชุมแสงจะเป็นราดหน้าแบบคนจีนโบราณ ที่เน้นน้ำข้นเหนียวใส ๆ ไม่ได้มีสิ่งใดเจือปนมากมาย แต่คงความหวานน้ำกระดูกหมูในซุปที่มาทำน้ำราด ราดหน้าที่นี่มีทุกเส้นและสามารถนำเส้นมาผัดกับไข่ หรือสามารถนำเส้นมาผัดรวมในน้ำราดหน้าได้คนในพื้นที่เรียกกันว่า “ผัดรวม” ก็อร่อยและแตกต่างไปอีกแบบ

                หากใครได้มีโอกาสขับรถแวะเที่ยวอำเภอเล็ก ๆ ซึ่งห่างจากบึงบอระเพ็ดเพียงไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง หรือนั่งรถไฟไปเที่ยวตามรอยละครดังอย่าลืมแวะกินก๋วยเตี๋ยวให้ครบตามข้างต้น ส่วนพิกัดร้านอร่อยข้างต้นอยู่ตรงไหนทางเทศบาลเมืองชุมแสงหรือคนในพื้นที่ให้ข้อมูลทุกท่านได้ไม่ต้องกลัวหลง และรับรองว่าไม่มีทางที่ท่านจะกินเพียงครั้งเดียวต้องเลี้ยวกลับมาเที่ยวมากินอีกครั้งอย่างแน่นอน

“กรีซ” ดินแดนเทพเจ้า นักปรัชญาและเกาะในฝัน

หากพูดถึงดินแดนแห่งเทพเจ้าหลายท่านคงนึกถึง ประเทศกรีซ หรือชื่อประเทศอย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐเฮเลนิก เป็นที่แรก นอกจากกรีซจะเป็นดินแดนของเทพปกรณัมกรีก ต้นกำเนิดของอารยธรรมตะวันตก ประเทศกรีซยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามทั้งภูเขา ทั้งทะเล และที่สำคัญหมู่เกาะสวยงามมากมาย การเดินทางท่องเที่ยวในกรีซสะดวกสบายมากไม่ต้องเช่ารถขับให้หวาดเสียวทั้งคนขับและเจ้าถิ่น สามารถใช้การเดินทางด้วยบริการสาธารณะได้สบาย ๆ สำหรับการเดินทางเข้าประเทศกรีซจำเป็นต้องขอวีซ่าก่อน

                “เอเธนส์” เมืองหลวงของประเทศกรีซ มีจำนวนประชากรมากที่สุดของประเทศ เมืองแห่งประวัติศาสตร์และแหล่งรวมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็น “Acropolis of Athens” การชื่นชมความงามของวิหารพาร์เธนอน ที่ตั้งตระหง่าน ยิ่งในตอนค่ำที่แสงไฟช่วยสาดส่องความงดงามของวิหารให้เห็นเป็นที่ประจักษ์คุ้มค่าแก่การนั่งมองให้นาน นอกจากนี้ข้างบนอะโครโพลิสยังมี โรงละครสมัยโบราณ (Theatre of Dionysus) และ Odeon of Herodes Attticus ก็เป็นโรงละครกลางแจ้งที่ยังคงมีสภาพสมบูรณ์และอลังการมาก หรือผู้ที่ชื่นชอบพิพิธภัณฑ์ด้านล่างมีพิพิธภัณฑ์ Acropolis Museum ให้ได้ชมความเป็นมาและงานศิลปะของจริงจากวิหารพาร์เธนอน

            เมื่อเดินลัดเลาะกรุงเอเธนส์จะพบต้นส้มและผลส้มที่ทั้งอยู่คาต้นและร่วงลงพื้นมากมาย แต่ไม่มีใครสนใจเก็บเลยแอบถามคนเมืองเอเธนส์ได้ความว่าการนำมากินสด ๆ ไม่อร่อย ไม่แนะนำให้ทาน สิ่งที่เจ้าถิ่นแนะนำให้ลองทานได้แก่ สลัดกรีก และที่อร่อยมากได้แก่ โยเกิร์ตของกรีกที่รสชาติละมุนละไม ไม่เปรี้ยวเกิน เมื่อตัดกับความหวานของผลไม้เชื่อมนานาชนิดรวมถึงผลส้มที่เห็นอยู่ข้างทางนั้น นับได้ว่าเป็นประสบการณ์การกินที่ควรค่าแก่การจดจำ นอกจากจะชมความงามของสิ่งก่อสร้างโบราณของเอเธนส์ การชมการเปลี่ยนเวรยามของทหารเวรหน้ารัฐสภาก็ควรค่าแก่การชมสักครั้งหนึ่งเมื่อมาเยือนเอเธนส์

            สำหรับเกาะในฝันที่ใครหลายคนสัญญากับตัวเองว่าสักครั้งหนึ่งในชีวิตต้องไปสัมผัสให้ได้คือ “ซานโตรินี (Santorini)” หมู่เกาะรูปโค้งในทะเลอีเจียนที่สามารถเดินทางได้ทั้งทางเรือและเครื่องบินภายในประเทศ ตึกรามบ้านช่องสีขาวหลังคาสีฟ้าไล่เรียงจากตามผาชันสูงลงมาต่ำสุดสุดลูกหูลูกตา สามารถเดินลัดเลาะไปได้เรื่อย ๆ ไม่มีหลง พอตกเย็นนักท่องเที่ยวไม่ว่าอยู่จุดใดจะเดินมารวมตัวกันเพื่อชมอาทิตย์ลับขอบฟ้า หากใครไปเป็นคู่รักจะพบว่าบรรยากาศนี้ช่างโรแมนติกเสียจริง นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางไปตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ด้วยรถประจำทางของเกาะ ซึ่งแต่ละพื้นที่นั้นใช้เวลาเดินทางไม่นาน ค่ารถประจำทางก็แสนถูก การเดินทางไปถ่ายรูปที่หาดทรายแดง (Red Beach) หาดทรายดำ (Kamari Black Sand Beach) ทั้งสองหาดถ่ายรูปให้ตัดกับสีสันสดของเสื้อผ้าก็เป็นสถานที่ที่จะเก็บภาพสวย ๆ ตั้งเป็นโปรไฟล์รูปเก็บไว้อวดเพื่อนได้เลย

                หากใครมีวันหยุดยาวอยากเดินทอดน่องสบาย ๆ กรีซและซานโตรินีเป็นตัวเลือกที่ดีมาก ผู้คนยิ้มแย้มอาหารไม่แพง การเดินทางสะดวกสบาย แต่ต้องระวังมิจฉาชีพเช่นกันเนื่องจากประเทศประสบกับปัญหาเศรษฐกิจ เช่นเดียวกับการเดินทางไปประเทศอื่น ๆ การระวังตัวและหลีกเลี่ยงจากสิ่งที่อันตรายเป็นสัญชาตญาณที่นักท่องเที่ยวพึงต้องมี

อัมสเตอร์ดัม เมืองที่อบายมุขถูกกฎหมาย

การใช้ชีวิตอยู่ในกรอบตลอดเวลา บางครั้งก็ทำให้รู้สึกเบื่อหน่าย จำเจ เพราะไม่มีสิ่งใหม่ ๆ มาสร้างความรู้สึกตื่นตาตื่นใจให้กับชีวิต แต่ความรู้สึกเหล่านี้จะหมดไปทันที หากท่านผู้อ่านเก็บเสื้อผ้า จัดกระเป๋า แล้วหนีไปเที่ยวที่เมืองอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์

อัมสเตอร์ดัม เป็นเมืองหลวงของประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งแน่นนอนว่าเมืองนี้เป็นเมืองที่มีครบทุกอย่างจริง ๆ แถมยังมีธุรกิจและการบริการหลาย ๆ อย่างที่ผิดกฎหมายในหลาย ๆ ประเทศ แต่ถูกกฎหมายสำหรับที่นี่ ให้นักท่องเที่ยวได้ลองเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ กัน อ่านมาถึงตรงนี้ ทำให้ท่านทั้งหลายอยากรู้แล้วใช่ไหมว่า ธุรกิจและการบริการอะไรบ้างที่เมืองอัมสเตอร์ดัมมีอย่างถูกกฎหมาย แต่ยังผิดกฎหมายสำหรับหลาย ๆ ประเทศ ตามมาดูกันเลย

อัมสเตอร์ดัมเมืองเสรีกัญชา หากเข้าสู่เมืองอัมสเตอร์ดัมแล้วเห็นควันโขมงเต็มทั่วท้องถนนไปหมด ก็ไม่ต้องแปลกใจ เพราะเมืองนี้เป็นเมืองเสรีกัญชา ผู้คนในเมืองนี้สูบกัญชาเป็นเรื่องปกติเนื่องจากกัญชาถูกกฎหมาย แถมยังมีราคาไม่สูงมากหากท่านมาเยี่ยมเยือนเมืองนี้แล้วเกิดอยากจะลองสูบกัญชาสักครั้งในชีวิต ขอแนะนำให้เดินไปที่ย่าน Red light district ย่านนี้เป็นย่านที่มีผลิตภัณฑ์จากกัญชาเยอะมาก เช่น น้ำมันกัญชาแบบก้อน ซึ่งต้องนำไปม้วนก่อนสูบ จะคล้าย ๆ การสูบใบจากยาเส้นบ้านเรา น้ำมันกัญชาแบบเหลว ใช้วิธีหยดใต้ลิ้นเพื่อให้กัญชาออกฤทธิ์กล่อมประสาทอ่อน ๆ กัญชาบดพร้อมสูบกับบ้อง ต้องนำกัญชาบดใส่บ้อง จากนั้นจึงสูบ นอกจากนี้ยังมีขนมหวานกัญชาให้รับประทานอีกด้วย ซึ่งทางร้านจะผสมกัญชาลงไปในขนมหวาน เหมาะสำหรับคนที่ไม่เคยสูบบุหรี่มาก่อนหรือคนที่อยากลองเสพกัญชาในปริมาณอ่อน ๆ เป็นต้น  

การค้าประเวณี สำหรับอัมสเตอร์ดัมแล้ว การค้าประเวณีเป็นสิ่งถูกกฎหมาย เพราะเมืองนี้เล็งเห็นว่า การค้าประเวณีสามารถลดการก่ออาชญากรรมทางเพศได้ อีกทั้งยังสามารถทำให้เศรษฐกิจการท่องเที่ยวของเมืองเติบโต หากท่านไปเที่ยวที่อัมสเตอร์ดัมแล้วพบเจอหญิงค้าบริการตามสถานที่ต่าง ๆ ก็อย่าตกใจไปล่ะ เพราะมันคือเรื่องปกติของคนที่นั้น ส่วนท่านจะใช้บริการหรือไม่ก็ตามแต่วิจารณญาณ  

การพนัน คาสิโนของที่นี่ถูกกฎหมาย ถ้าท่านไปเที่ยวเมืองนี้แล้วเกิดอยากลองเสี่ยงดวงแก้เบื่อก็สามารถทำได้ แต่ต้องขอเตือนไว้ก่อนว่า “ระวังหมดตัว” เพราะที่นี่มีเกมการพนันที่หลากหลายให้ได้เล่นกัน และที่สำคัญ การที่จะเข้าไปเล่นการพนันในบ่อนคาสิโนได้นั้น ผู้อ่านต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี

หากท่านเป็นคนที่ไม่ชอบลองสิ่งใหม่ ๆ ก็อย่าเพิ่งน้อยใจไป เพราะอัมสเตอร์ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจให้ท่านได้ไปเยือนอีกหลายที่ เช่น พิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ ปราสาท พระราชวัง จัตุรัส Dam Squareโรงผลิตเบียร์เก่าของ Heineken เป็นต้น และการไปเที่ยวอัมสเตอร์ดัมนั้นต้องตระหนักไว้เสมอว่า บางสิ่งบางอย่างถูกกฎหมายสำหรับที่นี่ก็จริง แต่ผิดกฎหมายสำหรับหลายประเทศ เพราะฉะนั้นท่านทั้งหลายอย่าเผลอซื้อของฝากจำพวกกัญชาติดไม้ติดมือมาฝากคนที่บ้านล่ะ เพราะอาจจะทำให้ท่านผู้อ่านได้ไปนอนซังเตแทนการนอนที่บ้าน ประเดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน!!!

เมื่อไปอังกฤษ อย่าพลาดที่จะกินสิ่งเหล่านี้

อังกฤษเป็นประเทศที่อยู่ในทวีปยุโรป และเป็นประเทศต้นแบบสำหรับหลายประเทศในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของระบบการศึกษา ระบบกฎหมาย ระบบเศรษฐกิจ การคมนาคม วัฒนธรรมและอาหารการกิน ซึ่งประเทศไทยเองก็เป็นประเทศหนึ่งที่ได้รับเอาระบบต่าง ๆ รวมทั้งวัฒนธรรม โดยเฉพาะเรื่องวัฒนธรรมอาหารและเครื่องดื่มมาจากประเทศอังกฤษ แต่อาหารบางอย่างนั้น ได้ถูกปรุงรสชาติให้เหมาะกับลิ้นของคนไทย จึงทำให้เสียรสชาติต้นฉบับไปบ้าง ดังนั้นแล้วหากท่านผู้อ่านมีโอกาสได้ไปท่องเที่ยวในประเทศอังกฤษ ก็ไม่ควรพลาดที่จะไปสัมผัสรสชาติอาหารและเครื่องดื่มแบบดั้งเดิมของประเทศอังกฤษ ซึ่งมีอะไรกันบ้าง ตามมาดูกันเลย

ชาตากแห้ง        

ถึงแม้ว่าต้นกำเนิดของใบชาจะไม่ได้มาจากประเทศอังกฤษ แต่อังกฤษเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องการดื่มชาเป็นอย่างมาก ซึ่งการดื่มชาของชาวอังกฤษจะแตกต่างจากการดื่มของชาติอื่น เพราะชาติอื่นนิยมดื่มชาเพื่อแก้กระหายเท่านั้น แต่สำหรับชาวอังกฤษแล้ว การดื่มชานั้น ถือเป็นวัฒนธรรมที่สำคัญอย่างหนึ่ง หมายความว่าในทุก ๆ มื้ออาหารนั้น จะต้องมีชาเสิร์ฟคู่อาหารเสมอ ซึ่งชาที่ชาวอังกฤษนิยมดื่มกันได้แก่ ชาเอิร์ลเกรย์(Earl Grey Tea) ชาผลไม้ ชาสมุนไพร เป็นต้น จริง ๆ แล้วการหาซื้อชาสำเร็จรูปของประเทศอังกฤษในประเทศไทยนั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่ชาของอังกฤษที่ผู้อ่านไม่สามารถหาซื้อในเมืองไทยได้และหาดื่มได้ในประเทศอังกฤษเท่านั้น คือ ชาตากแห้ง ที่ไม่ผ่านกระบวนการผสมน้ำมันหอมระเหย หรือการหมักดองอย่างชาสำเร็จรูป ซึ่งหากผู้อ่านได้ลองดื่มชาตากแห้งของอังกฤษ จะรู้ทันที่ว่า รสชาติของชาตากแห้งนั้นแตกต่างกับชาสำเร็จรูป

เบียร์ท้องถิ่น

            ไม่ว่าจะเดินไปที่ไหนในประเทศอังกฤษ สิ่งหนึ่งที่เจอซ้ำ ๆ และเจอแทบทุกซอกตรอกซอยเลยก็คือ “ร้านเหล้า” และร้านเหล้าในประเทศอังกฤษนั้นไม่ได้ขายแต่เหล้า เบียร์ ยี่ห้อดัง ๆ เท่านั้น ร้านเหล้าของที่นี่จะเน้นขายคราฟท์เบียร์ท้องถิ่น ซึ่งแต่ละยี่ห้อนั้นจะมีรสชาติ ความนุ่ม เบา และความเป็นเอกลักษณ์ที่ต่างกัน หากท่านผู้อ่านเป็นคอเบียร์ อย่าลืมพลาดที่จะจิบคราฟท์เบียร์ของประเทศนี้นะ

ชีสที่ผลิตจากขบวนการธรรมชาติ

            อังกฤษมีผลิตภัณฑ์ชีสที่โด่งดังได้แก่ Wensleydale, Leicester, Stilton, Shropshire Blue, Cheddar, Swale dale Single Gloucester, และStaffordshire Dovedale เป็นต้น ซึ่งชีสแต่ละยี่ห้อนั้นมาจากสถานที่ที่ต่างกัน กระบวนการในการผลิตก็ย่อมต่างกัน แต่ส่วนมากจะผลิตตามขบวนการธรรมชาติ จึงทำให้ชีสแต่ละยี่ห้อนั้นมีรสชาติที่ไม่ต่างกันมากนัก ต้องขอบอกว่าชีสของที่นี่แตกต่างจากชีสที่วางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างแน่นอน เพราะชีสที่นี่เป็นชีสแท้ ไม่ผสมครีมเทียม เกลือ และสีผสมอาหาร แต่ชีสที่ประเทศไทยนำเข้านั้น ส่วนมากจะถูกผลิตโดยขบวนการที่ไม่เป็นธรรมชาติ คือ จะมีการเติมแต่งกลิ่น สี และรสชาติโดยเกลือหรือน้ำตาล เพื่อเป็นการถนอมชีสให้มีอายุนานขึ้น ดังนั้นแล้วหากผู้อ่านเป็นคนชอบกินชีส อย่าลืมลองกินชีสแท้ของอังกฤษดูนะ รับรองว่าจะต้องติดใจแน่นอน

จริง ๆ แล้วอังกฤษเป็นประเทศที่น่าสนใจในหลาย ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวัฒนธรรม สังคม สถานที่ท่องเที่ยว หรืออาหาร ซึ่งการไปประเทศอังกฤษนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยาก ดังนั้นนักท่องเที่ยวต้องแสดงความพร้อมและความบริสุทธิ์ใจในการเดินทางเข้าประเทศอังกฤษ และเมื่อเดินทางไปถึงประเทศอังกฤษแล้ว ก็ควรปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศด้วย เพราะหากทำตามอำเภอใจ ละเลยกฎหมายและกฎระเบียบของบ้านเมืองเขา ในอนาคตลูกหลานของเราอาจจะพบกับความยุ่งยากในการเดินทางเข้าประเทศอังกฤษเป็นได้  

มีวันหยุดวันเดียว เลือกเที่ยวกรุงเทพฯ ก็ได้

ชีวิตการทำงานในเมืองหลวงของหลาย ๆ คนนั้น ไม่ใช่เรื่อง่ายเอาเสียเลย ทั้งเหนื่อยล้าจากการทำงานและเบื่อหน่ายกับสภาพความวุ่นวายของเมืองหลวง อยากจะออกไปพักผ่อนคลายเครียดบ้าง ก็ดันมีวันหยุดแค่วันเดียว แถมยังไม่รู้ว่าจะไปไหนดี แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะบทความนี้จะนำเสนอการเที่ยวในกรุงเทพฯ โดยใช้เวลาแค่เพียงวันเดียวให้เป็นทางเลือกของท่านผู้อ่านกัน เอาละ มาดูกันสิว่า ในเวลาหนึ่งวันท่านจะไปเที่ยวที่ไหนในกรุงเทพฯได้บ้าง

วัดพระแก้ว เริ่มต้นการท่องเที่ยวด้วยความมงคล โดยการมากราบไหว้พระแก้วมรกต ขอให้พบเจอแต่เรื่องราวดี ๆ ในชีวิต หรือจะขออะไรก็แล้วแต่ท่านผู้อ่านเลยนะ แต่การไปวัดพระแก้วนั้นก็ต้องแต่งตัวสุภาพ คือ ใส่กางเกงขายาว ใส่เสื้อสุภาพ ต้องไม่ใช่เสื้อแขนกุด สายเดี่ยว หรือเสื้อกล้าม ส่วนรองเท้านั้นต้องหุ้มส้น แต่ถ้าไม่ได้เตรียมตัวมาก็ไม่ต้องเป็นกังวล เพราะทางวัดพระแก้วมีบริการให้เช่าและต้องวางเงินประกันชิ้นละ 100 บาท

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร เดินต่อจากวัดพระแก้วมาไม่ไกลนักก็ถึงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่ที่รวบรวมศิลปะและวัตถุโบราณเอาไว้ที่นี่ เรียกได้ว่าเดินที่เดียว ได้ดูของโบราณครบทุกยุคสมัยเลยก็ว่าได้ เปิดทุกวันพุธ – วันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 16.00 น. อัตราค่าเข้าชม 30 บาทสำหรับคนไทย และ 200 บาทสำหรับชาวต่างชาติ ส่วนนักเรียน นักศึกษา ภิกษุสงฆ์ ภิกษุณี และผู้สูงอายุเข้าชมฟรี

เสาชิงช้า เดินจากพิพิธภัณฑ์แห่งชาติพระนครมาประมาณหนึ่งกิโลเมตรก็ถึงเสาชิงช้า บรรยากาศรอบ ๆ เสาชิงช้านั้น บอกเล่าถึงวิถีความเป็นเมืองกรุงในอดีตได้เป็นอย่างดี เมื่อมาถึงแล้วควรสักการะเทวสถานโบสถ์พราหมณ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลกับตัวเอง หรือจะขอพรอะไรก็ตามแต่ผู้อ่านเลย

ตลาดวังหลัง นั่งเรือข้ามฟากจากท่าพระจันทร์ไปลงท่าเรือศิริราช จากนั้นเดินลัดเลาะมายังตลาดวังหลัง ตลาดที่นี่ค่อนข้างเล็ก แคบ มีสินค้าวางขายมากมายหลายรายการ ทั้งสินค้าทั้งมือหนึ่งและมือสอง นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารชื่อดัง ให้ลิ้มลองความอร่อยอีกด้วย ตลาดวังหลังเปิดทุกวัน ตั้งแต่แปดโมงเช้าถึงหกโมงเย็น

Icon Siam เมื่อช้อปปิ้งจากตลาดวังหลังเสร็จแล้ว หากยังพอมีเวลาเหลือ ขอแนะนำให้เดินย้อนกลับมาที่ท่าเรือศิริราช และนั่งเรือด่วนไปลงท่าเรือคลองสาน (สี่พระยา) เพื่อเยี่ยมชมห้างแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ นั่นคือ Icon Siam ห้างแห่งนี้มีดีไซน์ที่หรูหรา เหมาะกับการเซลฟี่ และนอกจากตึกสวย ๆ แล้ว ทางห้างยังมีสินค้าแบรนด์เนมต่าง ๆ ให้ได้เลือกสรรกันอีกด้วย

ปัจจุบันคนไทยเป็นโรคเครียดและซึมเศร้าเยอะมาก โดยเฉพาะคนเมืองกรุง อันเนื่องมาจากความกดดันในการทำงาน สภาพแออัดของสังคม ปัญหาเศรษฐกิจส่วนตัว การออกมาเที่ยวเพื่อพักผ่อน เปิดหูเปิดตาเพื่อเจอสิ่งใหม่ ๆ ถือเป็นการเพิ่มพลังให้กับชีวิต เพราะฉะนั้นจงเอาความเครียดปล่อยทิ้งไป และนำความสุขกลับมาแทน  

ครั้งหนึ่งของชีวิต ต้องลองไปขอพรที่นครศรีธรรมราช

ในสมัยสุโขทัยและอยุธยาอาณาจักรตามพรลิงค์หรือนครศรีธรรมราชในปัจจุบันนั้น เป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาแบบลังกาวงศ์ เนื่องจากเมืองนครศรีธรรมราชในขณะนั้นได้ส่งสมณทูตไปศึกษาเล่าเรียนพระพุทธศาสนาแบบลังกาวงศ์ที่เมืองศรีลังกา เมื่อสมณทูตสำเร็จการศึกษาจึงกลับมายังอาณาจักรตามพรลิงค์และทำการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแบบลังกาวงศ์ นอกจากพระพุทธศาสนาแล้วเมืองนครศรีธรรมราชยังเป็นเมืองแห่งวิชาอาคม ไสยศาสตร์และการเล่นแร่แปลธาตุอีกด้วย จึงทำให้เมืองนครศรีธรรมราชขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งมนต์ขลังนั่นเอง ตามมาดูกันว่าหากท่านทั้งหลายได้มีโอกาสไปเที่ยวเมืองนครศรีธรรมราชนั้น มีสถานที่ใดบ้างที่ท่านไม่ควรพลาดที่จะไปขอพร 

พระมหาธาตุวรมหาวิหาร เป็นพระบรมธาตุเจดีย์ที่ชาวไทยพุทธและชาวต่างชาติโดยเฉพาะชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ ให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมาก นักท่องเที่ยวมักจะมากราบไหว้บูชา เพื่อขอความเป็นสิริมงคลและเสริมบารมีให้กับชีวิตอย่างไม่ขาดสาย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่เป็นไฮไลท์ คือ การห่มผ้าพระธาตุ ซึ่งเป็นกิจกรรมมหากุศลที่ชาวนครศรีธรรมราช ชาวไทยพุทธและชาวต่างชาติ ไม่ควรพลาด ส่วนกิจกรรมจะจัดช่วงไหนของปีนั้นท่านทั้งหลายต้องศึกษากันเอาเอง เพราะการห่มผ้าพระธาตุในแต่ละปีนั้นจะมีวันเวลาที่แตกต่างกันไป

ไอ้ไข่วัดเจดีย์ เป็นกุมารทองที่มีชื่อเสียงเลื่องลือในเรื่องของการบนบานศาลกล่าวเป็นอย่างมาก เล่าขานกันว่าไม่ว่าจะบนบานเรื่องใดหรือขอสิ่งใด ก็มักจะได้ตามที่ขอ โดยเมื่อสมหวังดั่งใจแล้ว ให้แก้บนด้วยการจุดประทัด ซื้อชุดทหารหรือรูปปั้นไก่มาถวายตามจำนวนที่บนบานเอาไว้ นอกจากนี้ทางวัดไอ้ไข่เจดีย์ยังมีเครื่องรางของขลังให้เช่าบูชา ซึ่งเงินที่ได้จากการบูชานั้น จะถูกนำไปพัฒนาวัดต่อไป ดังนั้นแล้วหากท่านทั้งหลายมีโอกาสได้ไปบนบานศาลกล่าวที่วัดไอ้ไข่เจดีย์ ขอให้ท่านเตรียมเรื่องที่จะบนบานไปให้ดี ๆ เพราะท่านอาจมีเวลาในการบนบานไม่มากนัก เนื่องจากนักท่องเที่ยวแน่นขนัดวัดทุกวัน

พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ วัดพระธาตุน้อย เป็นอีกหนึ่งวัดที่นักท่องเที่ยวนิยมไปขอพรเรื่องโชคลาภ เล่าขานกันว่ามีนักท่องเที่ยวหลายรายถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลใหญ่ หลังจากไปกราบไหว้พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ ณ วัดแห่งนี้

พ่อท่านเขียว วัดหรงบน เนื่องจากในอดีตท่านมีความสามารถในการรักษาผู้ป่วยด้วยคาถาพุทธคุณ จึงทำให้นักเรียนที่มีความตั้งใจอยากเป็นหมอ มาขอพรให้สอบติดคณะแพทยศาสตร์อยู่บ่อย ๆ และนอกจากนี้เครื่องรางของขลังของท่านยังเป็นที่นิยมในการเช่าบูชาเพื่อให้แคล้วคลาดปลอดภัย

                เรื่องการขอพรและการบนบานศาลกล่าวนั้น เป็นความเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่าจริงหรือไม่จริง แต่ถึงกระนั้นแล้วก็ไม่ควรงมงายเสียจนลืมชีวิตความเป็นจริง และนอกจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ แล้ว เมืองนครศรีธรรมราชยังมีสถานที่อีกหลายแห่งให้นักท่องเที่ยวได้มาเยี่ยมเยือนกัน  

มาเลเซียกับสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตตลอดกาล

หากพูดถึงประเทศมาเลเซีย หลายคนอาจจะคิดว่ามาเลเซียเป็นประเทศที่มีความเป็นมุสลิมอย่างเดียว แต่จริง ๆ แล้วมาเลเซียเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางด้านเชื้อชาติ ได้แก่ ชาวพื้นเมือง ชาวจีน ชาวอินเดีย และชาวต่างชาติอื่น ๆ จึงทำให้อาหาร ภาษา และวัฒนธรรม ถูกผสมผสานความหลากหลายเข้าด้วยกัน ซึ่งถือว่าเป็นเสน่ห์ที่โดดเด่นอย่างหนึ่งของประเทศนี้เลย

ชาวไทยไม่น้อยนิยมไปเที่ยวในมาเลเซีย เนื่องจากมีความสะดวกสบายในการเดินทาง ซึ่งมีช่องทางให้เลือกเดินทางได้ทั้งทางรถยนต์ ทางรถไฟ ทางเครื่องบิน และทางเรือ นอกจากนี้การเดินทางเข้าประเทศมาเลเซียของคนไทยนั้น ไม่ต้องขอวีซ่า มีเพียงแค่หนังสือเดินทางก็สามารถเดินทางเข้าประเทศมาเลเซียได้เลย

สถานที่ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด     

มาเลเซียเป็นประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามและหลากหลายไม่น้อยหน้าประเทศอื่นเลย แต่บทความนี้จะ ขอกล่าวถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากคนทั่วโลกตลอดกาล ซึ่งมีสถานที่ใดบ้าง ไปดูกันเลย

ตึกแฝดเปโตรนาส (Petronas Twin Towers) ตั้งอยู่ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองมาเลเซีย ไม่ว่าจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจะเป็นที่ใดในมาเลเซีย แต่หากไม่ได้ถ่ายรูปคู่กับตึกแฝดคู่นี้ ก็เท่ากับว่ามาไม่ถึงมาเลเซีย ถ้าหากนักท่องเที่ยวอยากได้รูปสวย ๆ คู่กับตึกแฝด ขอแนะนำว่าให้อดใจรอพระอาทิตย์ตกดินสักนิด เพราะทางตึกนั้นจะทำการเปิดไฟที่มีสีสันสดใส เพื่อประดับประดารอบ ๆ ตึกแฝด

ถ้ำบาตู (Batu Cave) อยู่ไม่ไกลจากตึกแฝดมากนัก เพียงแค่เดินไป KL Sentral และซื้อตั๋วรถไฟฟ้าซึ่งมีทั้งเครื่องขายตั๋วอัตโนมัติและช่องขายตั๋ว จากนั้นให้เลือกจุดหมายปลายทางเป็นสถานี Batu Caves เมื่อได้ตั๋วแล้วให้เดินลงไปชั้นล่างเพื่อรอรถไฟฟ้า ให้สังเกตว่ารถไฟฟ้าคันที่ต้องขึ้นจะมีข้อความว่า Batu caves หน้าขบวน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15-20 นาทีก็มาถึงสถานี batu caves จากนั้นให้เดินขึ้นไปบนสถานี และจะเห็นเห็นถ้ำ batu caves ซึ่งสองข้างทางมีร้านค้าร้านอาหารต้อนรับตลอดทาง เดินตามทางไปชั่วครู่ก็จะพบกับรูปปั้นพระขันธกุมารขนาดสูงใหญ่ ซึ่งมีความสง่างามมาก นอกจากนี้ยังมีบันไดให้เดินเข้าไปชมภายในถ้ำอีกด้วย ส่วนท่านผู้อ่านจะขอพรอะไรนั้นก็ตามแต่ใจเลยนะ

ปีนัง ถึงแม้ว่ารัฐปีนังจะไกลเมืองหลวงอยู่เอาการ แต่ขอบอกเลยว่าที่นี่สวยไม่แพ้เมืองหลวงเลยนะ ปีนังหรือเกาะหมากในอดีตนั้น เป็นเมืองที่ไม่เคยดับชื่อเสียงของตัวเองเลยและเป็นเมืองที่ Street Art ได้รับความนิยมจากคนทั่วโลก นอกจากสตรีทอาร์ทสวย ๆ ที่รอให้นักท่องเที่ยวไปถ่ายรูปด้วยแล้ว ก็ยังมีอาหารหลากหลายวัฒนธรรมรอให้นักท่องเที่ยวไปลิ้มลองอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นอาหารอินเดีย อาหารไทย อาหารจีน อาหารมุสลิม หรือ อาหารปากีสถาน เป็นต้น

                การเข้าประเทศมาเลเซียสำหรับคนไทยนั้น ถือว่าเป็นเรื่อง่าย เพราะไม่ได้มีกฎกติกาที่เยอะแยะเหมือนกับประเทศอื่น จึงทำให้คนไทยบางคนหนีเข้าไปทำงานอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งตรงนี้ส่งผลไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และส่งผลไปถึงลูกหลานในอนาคต เพราะฉะนั้นแล้วถ้าหากอยากไปทำงานในประเทศมาเลเซีย ก็ควรทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย

“ยะลา” ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่หลาย ๆ คนคิด

หากพูดถึงยะลาเป็นที่แน่นอนว่าหลาย ๆ คนมักจะเกิดความหวาดกลัว เพราะยะลาเป็นหนึ่งในสามจังหวัดชายแดนใต้ที่มีเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง นอกจากคนในพื้นที่แล้ว ก็มีคนไม่มากนักที่รู้ว่ายะลาเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีความสวยงาม อีกทั้งยังเป็นจังหวัดที่มีทรัพยากรทางธรรมชาติที่สมบูรณ์อีกด้วย  

“ยะลา” อย่ากลัวที่จะไป!!!

                ยะลาเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ทางภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทยและเป็นจังหวัดที่ไม่มีทางออกทะเล ยะลาเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีความหลากหลายในด้านศาสนาและวัฒนธรรม ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบขึ้น ยะลาเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีศักยภาพในการพัฒนาความเป็นเมืองขนาดใหญ่ เนื่องจากมีการหลั่งไหลของสินค้าต่างชาติอย่างมาเลเซียและสิงคโปร์ และได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนสินค้าและวัฒนธรรมระหว่างกัน แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบขึ้น ทำให้ยะลากลายเป็นเมืองที่เงียบเหงา สร้างความหวาดกลัวให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้ทำให้ความสวยงามและความเป็นเอกลักษณ์ของยะลาลดลงไปเลยแม้แต้น้อย

                ในปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติกลับมาให้ความสนใจในการท่องเที่ยวในยะลาอีกครั้ง เสมือนเป็นการฟื้นคืนชีพชื่อเสียงให้กับยะลา การไปเที่ยวยะลานั้น ต้องขอบอกก่อนว่า “ท่านทั้งหลายจะต้องเตรียมตัวให้พร้อม” เพราะยะลามีที่เที่ยวเยอะมาก จนท่านเองแทบจะเที่ยวไม่ครบภายในวันเดียว สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในยะลามีอะไรบ้างมาดูกันเลย

ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง ถึงแม้ยะลาจะไม่มีทะเลของจริง แต่ยะลามีทะเลหมอกให้ดื่มด่ำบรรยากาศ ซึ่งทะเลหมอกอัยเยอร์เวงเป็นทะเลหมอกที่มีความสวยงามไม่แพ้ทะเลหมอกทางภาคเหนือของเมืองไทยเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งทะเลหมอกอัยเยอร์เวงยังถูกจัดอันดับให้เป็นทะเลหมอกที่สวยที่สุดในลำดับต้น ๆ ของเมืองไทยอีกด้วย สถานที่นี้เหมาะสำหรับคนที่ชอบสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดหรือคนที่ชอบดูพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก หรือถ้าหากอยากจะนอนกางเต็นท์ก็มีที่ทางให้เป็นสัดส่วน  

เขื่อนบางลาง แต่เดิมนั้นเขื่อนบางลางถูกจัดสร้างขึ้น เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าเท่านั้น แต่ด้วยความสวยงามของพื้นที่โดยรอบที่มีทั้งภูเขา ป่าต้นน้ำ และป่าน้อยใหญ่ ล้อมรอบ ทำให้สถานที่นี้ได้รับความนิยมจากนักถ่ายภาพทั้งมือสมัครเล่นและมืออาชีพ หลายครั้งหลายคราสถานที่นี้ถูกใช้ถ่ายถ่าย Pre-wedding ให้กับคู่บ่าวสาว กิจกรรมที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่ง คือ พายเรือเล่นในเขื่อน

สวนดอกไม้เมืองหนาวเบตง สถานที่นี่สวยงามมากเหมือนกับหลุดออกมาจากนิยาย มีดอกไม้เมืองหนาวนานาพันธุ์ สวนดอกไม้เมืองหนาวแห่งนี้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีค่าเข้าชมคนละ 20 บาท สวนแห่งนี้มีที่พักรองรับนักท่องเที่ยว ซึ่งเหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจสำหรับคนที่ชอบดอกไม้และชอบอากาศสบาย ๆ

การไปเที่ยวจังหวัดยะลานั้น ต้องศึกษาสถานการณ์ความไม่สงบในช่วงที่จะไปเที่ยวให้ถี่ถ้วน เพื่อความปลอดภัยของตนเอง และนอกจากนี้ควรศึกษาประเพณีและวัฒนธรรมของคนยะลาด้วย เพราะคนยะลานั้นมีวัฒนธรรมผสมผสานระหว่างชาวพุทธ ชาวมุสลิม และชาวจีน ซึ่งบางอย่างคนยะลาอาจจะมีการดำเนินวิถีชีวิตที่แตกต่างจากนักท่องเที่ยวผู้มาเยือน แต่นั้นก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะสิ่งสำคัญที่สุดในการท่องเที่ยว คือ ผู้มาเยี่ยมเยือนจะต้องจะให้เกียรติสถานที่ท่องเที่ยวและคนพื้นถิ่น กลับกันเจ้าบ้านพื้นถิ่นก็ต้องต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยความเป็นมิตรไมตรีเช่นกัน

“สงขลา” เมืองแฝดพี่แฝดน้องของรัฐปีนัง

สงขลาเป็นจังหวัดที่อยู่ทางภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย จัดว่าเป็นจังหวัดที่มีความเจริญและความพร้อมในด้านต่าง ๆ เป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย จังหวัดสงขลามีทั้งหมด 16 อำเภอ ซึ่งมีอำเภอที่มีชื่อเสียงอยู่ด้วยกันหลายอำเภอ เช่น อำเภอเมืองสงขลา อำเภอหาดใหญ่ อำเภอสะเดา เป็นต้น แต่ในบทความนี้จะนำเสนอการท่องเที่ยวในอำเภอเมืองสงขลาเพียงอย่างเดียว

อำเภอเมืองสงขลาฝาแฝดรัฐปีนัง

อำเภอเมืองสงขลา เป็นอำเภอหนึ่งที่ตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบสงขลาและทะเลอ่าวไทย ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของอำเภอเมืองสงขลานั้นมีหลากหลายแนว ซึ่งมาดูกันดีกว่าว่ามีสถานที่ใดในอำเภอเมืองสงขลาที่น่าสนใจบ้าง

กำแพงเมืองสงขลา ก่อสร้างโดยการโปรดเกล้าฯจากพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) ทรงพระราชทานเงินภาษีให้เจ้าเมืองสงขลาในขณะนั้น คือ พระยาวิเชียรคีรี (เถี้ยนเล้ง) ก่อสร้างกำแพงเมืองขึ้น โดยเริ่มสร้างในปี พ.ศ. 2379 และเสร็จสิ้นเมื่อปี พ.ศ. 2385 ใช้ระยะเวลารวมทั้งหมด 6 ปี การก่อสร้างกำแพงเมืองนั้นเป็นไปอย่างล่าช้า เนื่องจากมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น คือ การปราบกบฏไทรบุรีครั้งสุดท้ายใน ปี พ.ศ. 2381 จึงทำให้ไพร่พลในขณะนั้นต้องรวมตัวไปช่วยรบเป็นการชั่วคราว

เขาตังกวน เป็นภูเขาที่มีพระธาตุเจดีย์หลวงเป็นพระธาตุคู่เมืองของสงขลา ซึ่งเป็นศิลปะสมัยทวาราวดีที่ได้รับอิทธิพลมาจากการเผยแผ่ศาสนาของเมืองนครศรีธรรมราชในอดีต แต่เนื่องจากขาดการบำรุงดูแลมาเป็นระยะเวลานาน จึงทำให้พระธาตุเจดีย์หลวงเสื่อมโทรมตามกาลเวลา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) จึงได้พระราชทานเงินหลวงเพื่อบูรณปฏิสังขรณ์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2539 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่9) ได้ทรงพระราชทานพระบรมสารีริกธาตุเพื่อบรรจุในองค์พระเจดีย์ ซึ่งหากท่านทั้งหลายมีโอกาสมาเที่ยวชมอำเภอเมืองสงขลาในช่วงเดือนตุลาคม ขอแนะนำให้ท่านทั้งหลายเข้าร่วมพิธีตักบาตรเทโวแบบฉบับดั้งเดิมของเมืองสงขลา เพราะพิธีตักบาตรเทโวนั้นมีเพียงปีละครั้งเท่านั้น ซึ่งไม่ควรพลาด แต่หากท่านทั้งหลายมาเที่ยวในเดือนอื่น ๆ ก็อย่าเพิ่งนึกเสียดายไป เพราะเขาตังกวนเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดที่ท่านสามารถพักผ่อนหย่อนใจไปกับการรับชมวิวรอบอำเภอเมืองสงขลา

ย่านเมืองเก่าเพื่อชมและถ่ายภาพกับศิลปะบนกำแพงหรือ street art เป็นจุดที่ได้รับความนิยมจากชาวไทยและชาวต่างชาติมากที่สุด โดยเฉพาะชาวจีน มาเลเซีย และญี่ปุ่น เพราะมีผังเมืองที่เป็นระเบียบ มีสถาปัตยกรรมบ้านที่มีรูปแบผสมผสานระหว่างจีนและตะวันตก เช่น ทรงบ้านสไตล์ชิโนโปรตุกีส ทรงบ้านสไตล์จีน เรียงรายอยู่ตามถนนย่านเมืองเก่าสงขลา ซึ่งมีความเป็นเอกลักษณ์ อีกทั้งพื้นที่โดยรอบนั้นมีการดำเนินวิถีชีวิตที่ผสมผสานระหว่างชาวจีน ชาวพื้นถิ่น และชาวมุสลิมทั้งในด้านภาษาและอาหารการกิน หากมองโดยรวมแล้วจะพบว่าอำเภอเมืองสงขลานั้นดูมีความคล้ายคลึงกับรัฐปีนัง ทั้งในเรื่องภูมิศาสตร์ การจัดวางผังเมือง สถาปัตยกรรมและวัฒนธรรม ตรงนี้นี่เองที่ทำให้อำเภอเมืองสงขลาถูกขนานนามจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและชาวไทยว่าเป็นเมืองแฝดพี่แฝดน้องของรัฐปีนัง           

                นอกจากที่กล่าวมาแล้วนั้นอำเภอเมืองสงขลายังมีสถานที่ท่องเที่ยวและแลนด์มาร์กต่าง ๆ ให้ท่านได้เยี่ยมชมและแวะถ่ายรูปร่วมอีกด้วย เช่น รูปปั้นหนูแมว หัว ตัวและหางพญานาค ประตูเมืองสงขลา เป็นต้น โดยเฉพาะรูปปั้นนางเงือกทอง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองสงขลา มีตำนานเล่ากันว่า “หากใครอยากมีแฟนเป็นคนสงขลา ให้จับนมนางเงือก ” จะจริงแท้หรือไม่ ขอเชิญชวนให้ท่านทั้งหลายไปพิสูจน์ด้วยตัวเอง