เที่ยวอียิปต์ ดินแดนแห่งวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่

อียิปต์เป็นประเทศแห่งลุ่มแม่น้ำไนล์ที่มีพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในทะเลทรายสะฮารา ตั้งอยู่ในในทวีปแอฟริกาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและยิ่งใหญ่ แม้จะอยู่ท่ามกลางทะเลทรายที่แห้งแล้ว แต่ก็มีเป็นแหล่งอารยธรรมโบราณที่อุดมสมบูรณ์และก้าวล้ำมากในอดีต ทำให้ปัจจุบันกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลกที่ต้องมาเยี่ยมชมสักครั้งในชีวิต

การเตรียมตัวก่อนเดินทางไปเที่ยวที่อียิปต์

นักท่องเที่ยวควรจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเดินทางไปเที่ยวยังประเทศอียิปต์และควรนำสิ่งของที่จำเป็นไปด้วย เช่น ยารักษาโรคต่าง ๆ รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว และสำหรับสุภาพสตรี ควรจะสวมใส่เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายที่มิดชิด ไม่ใส่เสื้อเปิดไหล่หรือกางเกงขาสั้น และถึงแม้ว่าอียิปต์จะเป็นประเทศที่ค่อนข้างมีความปลอดภัยสูง แต่ก็ไม่ควรนำของมีค่าติดตัวไปมากนัก และอย่าลืมพกอุปกรณ์กันแดดไปด้วย เช่นแว่นตา เสื้อแขนยาวและหมวก เพราะแดดที่อียิปต์แรงมากและมีลมที่สามารถพัดเอาทรายและฝุ่นมาโดนบริเวณใบหน้าและลำตัวได้

สำหรับการเดินทางไปยังประเทศอียิปต์สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยนั้น จำเป็นที่จะต้องทำ Visa เสียก่อน โดยขอได้จากสถานทูตอียิปต์ประจำประเทศไทย และอย่าลืมแลกเงินซึ่งเป็นสกุลเงินของอียิปต์นั้นคือ Egyptian Pound ก่อนเดินทางท่องเที่ยว

สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองไคโรของอียิปต์

เมืองไคโรเป็นเมืองหลวงของอียิปต์ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำไนล์ มีสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์มากมายไม่ว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์อียิปต์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่รวบรวมวัตถุโบราณตั้งแต่ยุคแรกเริ่มของอียิปต์มาจนถึงยุคโรมัน นอกจากนั้นยังมีไฮไลท์ก็คือจุดแสดงมัมมี่ที่สมบูรณ์แบบที่สุด บ่งบอกถึงความเจริญรุ่งเรืองทางการแพทย์ของอียิปต์ และอีกสถานที่ที่น่าไปเยือนเมื่อมาที่ไคโรก็คือป้อมปราการซิทาเดล ซึ่งเป็นจุดชมวิวเมืองที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในไคโร

เที่ยวชม 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก มหาพีระมิดกีซ่า

มหาพีระมิดกีซ่าเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ที่มีความยิ่งใหญ่และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ สร้างขึ้นเพื่อเก็บพระศพและทรัพย์สมบัติของกษัตริย์อียิปต์ในยุคโบราณ อยู่ในเมืองกีเซ่ห์แห่งประเทศอียิปต์ โดยมหาพีระมิดกีซ่าประกอบด้วยพีรามิดทั้งหมด 3 หลัง นั้นคือพีระมิดคูฟู (Khufu) ซึ่งเป็นหลังที่ใหญ่ที่สุด เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก พีระมิดคาเฟร (Khafre) และ พีระมิดเมนคูเร (Menkaure) และบริเวณมหาพีระมิดนี้เองที่เป็นที่ตั้งของมหาสฟิงซ์ ซึ่งเป็นสิ่งปลูกสร้างรูปผสมระหว่างมนุษย์ซึ่งมีต้นแบบมาจากกษัตริย์แห่งอียิปต์ และมีด้านล่างเป็นลำตัวสิงโตที่ยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในอียิปต์

อียิปต์เป็นประเทศที่มีมนต์เสน่ห์แห่งประวัติศาสตร์ที่น่าไปเยือนเป็นอย่างมาก ในฐานะนักท่องเที่ยว ควรจะต้องศึกษาข้อมูลและทำตามกฏระเบียบของเมืองอย่างดี และสนุกไปกับประวัติศาสตร์ของเมืองอียิปต์ตามสถานที่ท่องเที่ยวมีชื่อต่างๆ และพิพิธภัณฑ์ที่เก็บสมบัติแห่งชาติเอาไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก มหาพีระมิดกีซ่า ที่ควรจะต้องเข้าไปชม เพราะว่ายิ่งผ่านไปนานเท่าไหร่ ก็ยิ่งถูกสภาพแวดล้อมที่รุนแรงของอียิปต์ทำลายกัดกร่อนมากขึ้นไปเรื่อย ๆ จนเริ่มไม่เหมือนเดิม รับรองว่าอียิปต์จะเป็นอีกหนึ่งประเทศที่คุณประทับใจไม่รู้ลืมหากได้เข้ามาเยือน

\

เที่ยวจอร์แดน เมืองทะเลทรายที่สวยงามไม่แพ้ดินแดนเทพนิยาย

จอร์แดนเป็นประเทศขนาดเล็กในตะวันออกกลาง แม้ว่าจะไม่มีทางออกสู่ทะเลและมีภูมิประเทศเป็นทะเลทรายกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา แต่ก็เป็นประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังมากมายที่คุณอาจจะยังไม่เคยรู้ วันนี้เราจะพาทุกคนมารู้จักกับประเทศอันแสนมีเสน่ห์แห่งนี้ รับรองว่าคุณจะหลงรักจอร์แดนแน่นอน

จอร์แดน ดินแดนที่ผสมผสานประวัติศาสตร์อันยาวนาน

จอร์แดนเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ปรากฏอยู่ในพระคัมภีร์ไบเบิลว่าเคยเป็นทางผ่านของโมเสสเมื่อนำพาชาวยิวออกมาจากประเทศอียิปต์ นอกจากนั้นเรายังสามารถเที่ยวชมสิ่งปลูกสร้างแบบโรมันได้ที่เมืองเจอราซ (Jerash)  และวิหารเฮอร์คิวลิสในย่านเมืองเก่า Citadel Of Amman  อีกทั้งเรายังสามารถพบสิ่งปลูกสร้างแบบอิสลามได้ที่จอร์แดน เพราะว่าจอร์แดนเคยเป็นเมืองมี่อยู่ภายใต้จักรวรรดิอิสลามนั่นเอง

การท่องเที่ยวในประเทศจอร์แดน

อย่างที่กล่าวมาข้างต้นว่าประเทศจอร์แดนมีลักษณะภูมิประเทศเป็นทะเลทราย แต่ก็มีอากาศที่ไม่ได้ร้อนอบอ้าวมากนักในบางช่วงของปี โดยเฉพาะในช่วงเดือนมีนาคมที่อาจจะมีอุณหภูมิอยู่ที่ 20 องศาเซลเซียส ส่วนช่วง High Season ของการท่องเที่ยวในจอร์แดนก็คือช่วงพฤษภาคมจนถึงเดือนตุลาคม เป็นช่วงที่มีอากาศค่อนข้างร้อน สูงสุดประมาณ 45 องศาเซลเซียส สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยสามารถเดินทางไปจอร์แดนและทำ Visa On Arrival เมื่อไปถึงจอร์แดนได้เลย ไม่จำเป็นต้องทำ Visa ล่วงหน้าก่อนที่ประเทศไทย

ทะเลเดดซี ทะเลมรณะที่แสนงดงาม

ทะเลเดดซี หรือทะเลที่มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าทะเลมรณะ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของประเทศจอร์แดน เป็นทะเลที่มีระดับความเค็มที่สุดของโลกเนื่องจากมีความเข้มข้นของเกลืออยู่ในระดับสูงถึงประมาณ 30%  จนสามารถยกวัตถุให้ลอยได้ และด้วยระดับความเข้มข้นของเกลือในปริมาณที่สูงนี้เอง ทำให้ทะเลนี้ไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่เลย จนเป็นที่มาของชื่อทะเลมรณะหรือเดดซี (Dead Sea) นั่นเอง โดยนักท่องเที่ยวสามารถชมทะเลเดดซีได้จากทั้งทางประเทศจอร์แดนและทางประเทศอิสราเอล เพราะทะเลเดดซีอยู่ระหว่างกลางของชายแดนทั้งสองประเทศ

เพตรา นครแห่งหินศิลาสีชมพูแห่งประเทศจอร์แดน

เมืองเพตรา (Petra) เป็นเมืองที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองมรดกโลกของจอร์แดนจาก UNESCO ภายในเมืองมีทางเดินท่ามกลางหุบเขาหินผาที่สลับซับซ้อนเรียกว่า Red Road City เมืองเพตราจึงเป็นสถานที่ที่มีความสวยงามและมีเสน่ห์เป็นอย่างมาก จุดที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมืองเพตราก็คือบริเวณมหาวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่บริเวณซอกเขา เป็นสถาปัตยกรรมแบบโรมันที่เกิดจากการแกะสลักหิน นอกจากนั้น เมืองเพตรายังเคยเป็นสถานที่ที่ใช้ถ่ายทำภาพยนต์ฮอลลีวู้ดชื่อดังอย่าง อินเดียน่า โจนส์อีกด้วย

จอร์แดนเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน โดยปัจจุบันถือเป็นประเทศที่ค่อนข้างสงบและปลอดภัยจากความวุ่นวายของประเทศเพื่อนบ้านโดยรอบไม่ว่าจะเป็นอิสราเอล ซีเรียและอิรัก จอร์แดนจึงเป็นประเทศท่องเที่ยวที่เป็นที่ที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาสัมผัสสถาปัตยกรรมสวยงามที่มีความงดงามและได้รับการยกย่องจากทั่วโลกว่าเป็นหนึ่งในมรดกโลก ตั้งอยู่ท่ามกลางทะเลทรายที่กว้างใหญ่ราวกับดินแดนในเทพนิยาย

เที่ยวบาหลี สัมผัสวัฒนธรรมและธรรมชาติอันสวยงามราวกับต้องมนต์

บาหลีเป็นจังหวัดหนึ่งในประเทศอินโดนีเซียที่มีลักษณะเป็นเกาะ ไม่ไกลจากประเทศไทยเท่าไหร่ แต่มีความสวยงามทางด้านวัฒนธรรมและธรรมชาติที่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ มีประวัติยาวนานนับพันปี ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกให้เข้ามาเยี่ยมชม โดยบาหลีมีวัดทั้งหมดประมาณ 20,000 ทั่วบริเวณ แต่ละวัดล้วนแล้วแต่มีสถาปัตยกรรมแบบฮินดูเฉพาะตัวที่หาชมได้ที่บาหลี (การเข้าชมวัดแต่ละวัดมักมีค่าเข้าชมประมาณวัดละ 1,000 รูเปียห์ ดังนั้นนักท่องเที่ยวควรเตรียมเงินเอาไว้ให้พร้อมเมื่อต้องการจะเข้าชมวัดในบาหลี) โดยช่วงท่องเที่ยวของบาหลีจะเป็นช่วงฤดูร้อนนั่นก็คือช่วงเดือนเมษายนถึงกันยายนของทุกปี

อีกหนึ่งข้อมูลสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าไปเที่ยววัดในบาหลี คือควรพกผ้าถุงหรือผ้าโสร่งที่ยาวคลุมเข่ามาด้วยเพื่อนุ่งเข้าวัด โดยผ้าที่ว่าจะต้องเป็นผ้าที่มีสีสุภาพ ไม่ฉูดฉาด

วัดทานาล็อต (Tanah Lot Temple)

วัดแบบฮินดูริมชายฝั่งทะเลของบาหลี เป็นวัดที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางเข้าไปชมวิวพระอาทิตย์ตก โดยเป็นวัดที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาเทพเจ้าแห่งท้องทะเลตามความเชื่อของชาวบาหลี เมื่อยามน้ำขึ้นจะดูเหมือนว่าวัดตั้งอยู่บนเกาะเล็ก ๆ กลางทะเล แต่ในช่วงน้ำลง นักท่องเที่ยวก็จะสามารถเดินเท้าเพื่อเข้าไปเยี่ยมชมและศักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัดได้ (สำหรับนักท่องเที่ยวจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในวิหาร)

วัดอูลูวาตู (Uluwatu Temple)

อีกหนึ่งวัดริมหน้าผาบนชายฝั่งทะเลที่มีชื่อเสียงของบาหลีที่ตั้งอยู่ทางใต้ของเกาะ เป็นอีกวัดหนึ่งที่ขึ้นชื่อในเรื่องของวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม คุ้มค่ากับการเที่ยวชม

วัดเบซากิห์ (Besakih Temple)

วัดหลวงแห่งเกาะบาหลี เป็นวัดที่มีขนาดใหญ่และฉากหลังเป็นภูเขาไฟกุนุงอากุง ซึ่งเป็นภูเขาที่มีความสูงที่สุดของเกาะ ภายในประกอบด้วยวัดเล็ก ๆ มากมาย ซึ่งมีวัดที่มีชื่อเสียงและมีความสำคัญที่สุดก็คือวัดปุราเปนาทารัน อากุงที่อยู่บริเวณตรงกลาง ซึ่งวัดนี้เองที่มีจุดถ่ายที่รูปเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยว มีลักษณะเป็นเสาประตูเรียกว่า The Gateway to Heaven

จุดถ่ายรูปยอดฮิตที่นอกเหนือจากวัดที่เกาะบาหลีที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องมาเยือน

บาหลีเป็นเกาะที่มีชายหาดสวยงามและน้ำทะเลสีเทอควอยซ์ ทำให้ดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเยือนมากมาย จุดหนึ่งที่เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวที่ชอบถ่ายรูปเป็นอย่างมากก็คือ Kelingking Hill หรือเกาะสันหลังมังกร เป็นเนินเขาเล็ก ๆ ที่ยื่นลงไปในทะเล เป็นวิวถ่ายรูปที่สวยงามและเป็นที่นิยมที่สุดแห่งหนึ่งที่ไม่ได้อยู่ในวัดของบาหลี นอกจากนั้นก็จะมีบริเวณลากูน Angel’s Billabong อยู่ระหว่างหินภูเขาไฟ และอีกจุดหนึ่งก็คือ Broken Beach ซึ่งมีลักษณะเป็นกำแพงหินที่ถูกน้ำกัดเซาะจนเป็นรูทะลุไปอีกด้าน ซึ่งมีความสวยงามอย่างมาก เหมาะกับการถ่ายรูป

บาหลีถือเป็นอีกสถานที่หนึ่งในประเทศอินโดนีเซียที่มีความสวยงาม น่าไปเยือนเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีราคาไม่แพง แม้การเดินทางอาจจะยากลำบากสักหน่อยเพราะว่าต้องเช่ารถขับเอง (ถนนในบาหลีค่อนข้างจะอันตราย หากไม่ชำนาญก็ไม่ควรขับ) หรือใช้บริการไกด์นำเที่ยวเพื่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ อย่างสะดวก แต่ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งประเทศท่องเที่ยวที่ห้ามพลาดโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักท่องเที่ยวสายลุยเลยทีเดียว