Month: July 2019

ครั้งหนึ่งของชีวิต ต้องลองไปขอพรที่นครศรีธรรมราช

ในสมัยสุโขทัยและอยุธยาอาณาจักรตามพรลิงค์หรือนครศรีธรรมราชในปัจจุบันนั้น เป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาแบบลังกาวงศ์ เนื่องจากเมืองนครศรีธรรมราชในขณะนั้นได้ส่งสมณทูตไปศึกษาเล่าเรียนพระพุทธศาสนาแบบลังกาวงศ์ที่เมืองศรีลังกา เมื่อสมณทูตสำเร็จการศึกษาจึงกลับมายังอาณาจักรตามพรลิงค์และทำการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแบบลังกาวงศ์ นอกจากพระพุทธศาสนาแล้วเมืองนครศรีธรรมราชยังเป็นเมืองแห่งวิชาอาคม ไสยศาสตร์และการเล่นแร่แปลธาตุอีกด้วย จึงทำให้เมืองนครศรีธรรมราชขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งมนต์ขลังนั่นเอง ตามมาดูกันว่าหากท่านทั้งหลายได้มีโอกาสไปเที่ยวเมืองนครศรีธรรมราชนั้น มีสถานที่ใดบ้างที่ท่านไม่ควรพลาดที่จะไปขอพร  พระมหาธาตุวรมหาวิหาร เป็นพระบรมธาตุเจดีย์ที่ชาวไทยพุทธและชาวต่างชาติโดยเฉพาะชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ ให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมาก นักท่องเที่ยวมักจะมากราบไหว้บูชา เพื่อขอความเป็นสิริมงคลและเสริมบารมีให้กับชีวิตอย่างไม่ขาดสาย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่เป็นไฮไลท์ คือ การห่มผ้าพระธาตุ ซึ่งเป็นกิจกรรมมหากุศลที่ชาวนครศรีธรรมราช ชาวไทยพุทธและชาวต่างชาติ ไม่ควรพลาด ส่วนกิจกรรมจะจัดช่วงไหนของปีนั้นท่านทั้งหลายต้องศึกษากันเอาเอง เพราะการห่มผ้าพระธาตุในแต่ละปีนั้นจะมีวันเวลาที่แตกต่างกันไป ไอ้ไข่วัดเจดีย์ เป็นกุมารทองที่มีชื่อเสียงเลื่องลือในเรื่องของการบนบานศาลกล่าวเป็นอย่างมาก เล่าขานกันว่าไม่ว่าจะบนบานเรื่องใดหรือขอสิ่งใด ก็มักจะได้ตามที่ขอ โดยเมื่อสมหวังดั่งใจแล้ว ให้แก้บนด้วยการจุดประทัด ซื้อชุดทหารหรือรูปปั้นไก่มาถวายตามจำนวนที่บนบานเอาไว้ นอกจากนี้ทางวัดไอ้ไข่เจดีย์ยังมีเครื่องรางของขลังให้เช่าบูชา ซึ่งเงินที่ได้จากการบูชานั้น จะถูกนำไปพัฒนาวัดต่อไป ดังนั้นแล้วหากท่านทั้งหลายมีโอกาสได้ไปบนบานศาลกล่าวที่วัดไอ้ไข่เจดีย์ ขอให้ท่านเตรียมเรื่องที่จะบนบานไปให้ดี ๆ เพราะท่านอาจมีเวลาในการบนบานไม่มากนัก เนื่องจากนักท่องเที่ยวแน่นขนัดวัดทุกวัน พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ วัดพระธาตุน้อย เป็นอีกหนึ่งวัดที่นักท่องเที่ยวนิยมไปขอพรเรื่องโชคลาภ เล่าขานกันว่ามีนักท่องเที่ยวหลายรายถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลใหญ่ หลังจากไปกราบไหว้พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ ณ วัดแห่งนี้ พ่อท่านเขียว วัดหรงบน เนื่องจากในอดีตท่านมีความสามารถในการรักษาผู้ป่วยด้วยคาถาพุทธคุณ จึงทำให้นักเรียนที่มีความตั้งใจอยากเป็นหมอ มาขอพรให้สอบติดคณะแพทยศาสตร์อยู่บ่อย ๆ และนอกจากนี้เครื่องรางของขลังของท่านยังเป็นที่นิยมในการเช่าบูชาเพื่อให้แคล้วคลาดปลอดภัย                

มาเลเซียกับสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตตลอดกาล

หากพูดถึงประเทศมาเลเซีย หลายคนอาจจะคิดว่ามาเลเซียเป็นประเทศที่มีความเป็นมุสลิมอย่างเดียว แต่จริง ๆ แล้วมาเลเซียเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางด้านเชื้อชาติ ได้แก่ ชาวพื้นเมือง ชาวจีน ชาวอินเดีย และชาวต่างชาติอื่น ๆ จึงทำให้อาหาร ภาษา และวัฒนธรรม ถูกผสมผสานความหลากหลายเข้าด้วยกัน ซึ่งถือว่าเป็นเสน่ห์ที่โดดเด่นอย่างหนึ่งของประเทศนี้เลย ชาวไทยไม่น้อยนิยมไปเที่ยวในมาเลเซีย เนื่องจากมีความสะดวกสบายในการเดินทาง ซึ่งมีช่องทางให้เลือกเดินทางได้ทั้งทางรถยนต์ ทางรถไฟ ทางเครื่องบิน และทางเรือ นอกจากนี้การเดินทางเข้าประเทศมาเลเซียของคนไทยนั้น ไม่ต้องขอวีซ่า มีเพียงแค่หนังสือเดินทางก็สามารถเดินทางเข้าประเทศมาเลเซียได้เลย สถานที่ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด      มาเลเซียเป็นประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามและหลากหลายไม่น้อยหน้าประเทศอื่นเลย แต่บทความนี้จะ ขอกล่าวถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากคนทั่วโลกตลอดกาล ซึ่งมีสถานที่ใดบ้าง ไปดูกันเลย ตึกแฝดเปโตรนาส (Petronas Twin Towers) ตั้งอยู่ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองมาเลเซีย ไม่ว่าจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจะเป็นที่ใดในมาเลเซีย แต่หากไม่ได้ถ่ายรูปคู่กับตึกแฝดคู่นี้ ก็เท่ากับว่ามาไม่ถึงมาเลเซีย ถ้าหากนักท่องเที่ยวอยากได้รูปสวย ๆ คู่กับตึกแฝด ขอแนะนำว่าให้อดใจรอพระอาทิตย์ตกดินสักนิด เพราะทางตึกนั้นจะทำการเปิดไฟที่มีสีสันสดใส เพื่อประดับประดารอบ ๆ ตึกแฝด ถ้ำบาตู (Batu Cave) อยู่ไม่ไกลจากตึกแฝดมากนัก เพียงแค่เดินไป KL Sentral

“ยะลา” ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่หลาย ๆ คนคิด

หากพูดถึงยะลาเป็นที่แน่นอนว่าหลาย ๆ คนมักจะเกิดความหวาดกลัว เพราะยะลาเป็นหนึ่งในสามจังหวัดชายแดนใต้ที่มีเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง นอกจากคนในพื้นที่แล้ว ก็มีคนไม่มากนักที่รู้ว่ายะลาเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีความสวยงาม อีกทั้งยังเป็นจังหวัดที่มีทรัพยากรทางธรรมชาติที่สมบูรณ์อีกด้วย   “ยะลา” อย่ากลัวที่จะไป!!!                 ยะลาเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ทางภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทยและเป็นจังหวัดที่ไม่มีทางออกทะเล ยะลาเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีความหลากหลายในด้านศาสนาและวัฒนธรรม ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบขึ้น ยะลาเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีศักยภาพในการพัฒนาความเป็นเมืองขนาดใหญ่ เนื่องจากมีการหลั่งไหลของสินค้าต่างชาติอย่างมาเลเซียและสิงคโปร์ และได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนสินค้าและวัฒนธรรมระหว่างกัน แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบขึ้น ทำให้ยะลากลายเป็นเมืองที่เงียบเหงา สร้างความหวาดกลัวให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้ทำให้ความสวยงามและความเป็นเอกลักษณ์ของยะลาลดลงไปเลยแม้แต้น้อย                 ในปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติกลับมาให้ความสนใจในการท่องเที่ยวในยะลาอีกครั้ง เสมือนเป็นการฟื้นคืนชีพชื่อเสียงให้กับยะลา การไปเที่ยวยะลานั้น ต้องขอบอกก่อนว่า “ท่านทั้งหลายจะต้องเตรียมตัวให้พร้อม” เพราะยะลามีที่เที่ยวเยอะมาก จนท่านเองแทบจะเที่ยวไม่ครบภายในวันเดียว สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในยะลามีอะไรบ้างมาดูกันเลย ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง ถึงแม้ยะลาจะไม่มีทะเลของจริง แต่ยะลามีทะเลหมอกให้ดื่มด่ำบรรยากาศ ซึ่งทะเลหมอกอัยเยอร์เวงเป็นทะเลหมอกที่มีความสวยงามไม่แพ้ทะเลหมอกทางภาคเหนือของเมืองไทยเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งทะเลหมอกอัยเยอร์เวงยังถูกจัดอันดับให้เป็นทะเลหมอกที่สวยที่สุดในลำดับต้น ๆ ของเมืองไทยอีกด้วย สถานที่นี้เหมาะสำหรับคนที่ชอบสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดหรือคนที่ชอบดูพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก หรือถ้าหากอยากจะนอนกางเต็นท์ก็มีที่ทางให้เป็นสัดส่วน   เขื่อนบางลาง แต่เดิมนั้นเขื่อนบางลางถูกจัดสร้างขึ้น เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าเท่านั้น แต่ด้วยความสวยงามของพื้นที่โดยรอบที่มีทั้งภูเขา ป่าต้นน้ำ และป่าน้อยใหญ่ ล้อมรอบ ทำให้สถานที่นี้ได้รับความนิยมจากนักถ่ายภาพทั้งมือสมัครเล่นและมืออาชีพ หลายครั้งหลายคราสถานที่นี้ถูกใช้ถ่ายถ่าย Pre-wedding ให้กับคู่บ่าวสาว กิจกรรมที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่ง คือ พายเรือเล่นในเขื่อน

“สงขลา” เมืองแฝดพี่แฝดน้องของรัฐปีนัง

สงขลาเป็นจังหวัดที่อยู่ทางภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย จัดว่าเป็นจังหวัดที่มีความเจริญและความพร้อมในด้านต่าง ๆ เป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย จังหวัดสงขลามีทั้งหมด 16 อำเภอ ซึ่งมีอำเภอที่มีชื่อเสียงอยู่ด้วยกันหลายอำเภอ เช่น อำเภอเมืองสงขลา อำเภอหาดใหญ่ อำเภอสะเดา เป็นต้น แต่ในบทความนี้จะนำเสนอการท่องเที่ยวในอำเภอเมืองสงขลาเพียงอย่างเดียว อำเภอเมืองสงขลาฝาแฝดรัฐปีนัง อำเภอเมืองสงขลา เป็นอำเภอหนึ่งที่ตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบสงขลาและทะเลอ่าวไทย ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของอำเภอเมืองสงขลานั้นมีหลากหลายแนว ซึ่งมาดูกันดีกว่าว่ามีสถานที่ใดในอำเภอเมืองสงขลาที่น่าสนใจบ้าง กำแพงเมืองสงขลา ก่อสร้างโดยการโปรดเกล้าฯจากพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) ทรงพระราชทานเงินภาษีให้เจ้าเมืองสงขลาในขณะนั้น คือ พระยาวิเชียรคีรี (เถี้ยนเล้ง) ก่อสร้างกำแพงเมืองขึ้น โดยเริ่มสร้างในปี พ.ศ. 2379 และเสร็จสิ้นเมื่อปี พ.ศ. 2385 ใช้ระยะเวลารวมทั้งหมด 6 ปี การก่อสร้างกำแพงเมืองนั้นเป็นไปอย่างล่าช้า เนื่องจากมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น คือ การปราบกบฏไทรบุรีครั้งสุดท้ายใน ปี พ.ศ. 2381 จึงทำให้ไพร่พลในขณะนั้นต้องรวมตัวไปช่วยรบเป็นการชั่วคราว เขาตังกวน เป็นภูเขาที่มีพระธาตุเจดีย์หลวงเป็นพระธาตุคู่เมืองของสงขลา ซึ่งเป็นศิลปะสมัยทวาราวดีที่ได้รับอิทธิพลมาจากการเผยแผ่ศาสนาของเมืองนครศรีธรรมราชในอดีต แต่เนื่องจากขาดการบำรุงดูแลมาเป็นระยะเวลานาน จึงทำให้พระธาตุเจดีย์หลวงเสื่อมโทรมตามกาลเวลา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4)

“หาดใหญ่” ไม่ใช่แค่ดินแดนแห่งไก่ทอด

หาดใหญ่เป็นเมืองที่มีความพร้อมในหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะด้านคมนาคม มีรถสาธารณะหลายประเภทที่คอยอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็น รถสองแถว รถแท็กซี่ รถมินิบัส รถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง รถตุ๊ก ๆ สี่ล้อ เป็นต้น ดังนั้นแล้วหากนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยือนเมืองหาดใหญ่ให้วางใจเรื่องการเดินทางได้เลย กิจกรรมที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาถึงหาดใหญ่ ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในอำเภอหาดใหญ่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่หลายที่ แต่ที่ได้รับความนิยมและเลื่องชื่อในการบนบานและไหว้เพื่อเสริมบารมีนั้น ได้แก่ หลวงพ่อปานวัดโคกสมานคุณ หลายคนเชื่อว่าเป็นพระที่หากบนบานเรื่องการศึกษามักจะประสบความสำเร็จ หลวงปู่ทวดวัดโคกสมานคุณ หลายคนมักจะบนบานให้ตนเองแคล้วคลาดหรือเดินทางอย่างปลอดภัย เจ้าพ่อเขาคอหงส์ มีเรื่องเล่าขานว่า หากบนบานขอเลื่อนตำแหน่งข้าราชการทหาร มักประสบความสำเร็จ พระพรหมูลนิธิเซี่ยงตึ๊ง ผู้คนต่างไหว้เพื่อขอโชคลาภและเรื่องความรัก พระพุทธชินราช ณ เขาคอหงส์และพระนอนวัดหาดใหญ่ใน ซึ่งใหญ่เป็นอันดับสามของโลก หลายคนมักจะมากราบไหว้ เพื่อความเป็นสิริมงคลและเสริมบารมีให้กับตนเอง ตะลุยกินอาหารและเครื่องดื่ม หาดใหญ่เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อว่ามีอาหารการกินที่ดีเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศไทยเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะอาหารข้างทาง ภัตตาคาร หรืออาหารตามร้านทั่วไป ซึ่งถ้าหากมาถึงหาดใหญ่แล้ว ไม่ควรพลาด เมนูไก่ทอดหาดใหญ่ จะเลือกกินร้านไหนก็ได้ เพราะมีรสชาติที่อร่อยเหมือนกันและคงความเป็นต้นตำรับของไก่ทอดหาดใหญ่ด้วยการเสิร์ฟหอมเจียวหอม ๆ พร้อมกับข้าวเหนียวไก่ทอด ติ่มซำหรือแต้เตี้ยม เป็นอาหารขึ้นชื่อของหาดใหญ่อีกอย่างหนึ่ง ซึ่งมีให้เลือกทานหลายร้าน แต่ทีเด็ดของร้านติ่มซำหลาย ๆ

สตูล เมืองที่มีความสมบูรณ์ของธรรมชาติไม่รู้จบ

การออกไปท่องเที่ยวเพื่อหลีกหนีความจำเจของชีวิต ถือว่าเป็นความคิดที่สร้างสรรค์มาก ๆ เพราะนอกจากจะทำให้คลายเครียดแล้ว ยังอาจจะทำให้พบเจอสิ่งใหม่ ๆ หรือประสบการณ์แปลกใหม่จากสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านั้น หากท่านผู้อ่านกำลังรู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิตของตัวเองอยู่ในขณะนี้และยังไม่รู้ว่าจะออกไปท่องเที่ยวที่ไหน ขอให้ท่านรับจังหวัดสตูลเอาไว้เป็นตัวเลือกด้วย รับรองว่าท่านทั้งหลายจะหลงรักในความสมบูรณ์แบบของธรรมชาติที่สตูลอย่างแน่นอน สตูลไม่ได้มีดีแค่หลีเป๊ะ                 หลาย ๆ ท่านอาจจะเคยได้ยินคำกล่าวถึงจังหวัดสตูลในแง่ที่ว่าเป็น “มัลดีฟส์แห่งเมืองไทย” เพราะเนื่องจากเกาะหลีเป๊ะมีน้ำทะเลที่สวยใส มีหาดทรายที่นุ่มเท้าเสียยิ่งกว่าแป้งทาตัวเด็ก แต่จริง ๆ แล้วสตูลไม่ได้มีเพียงเกาะหลีเป๊ะเท่านั้น สตูลยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายที่ให้ท่านทั้งหลายได้เพลิดเพลินกัน มีอะไรบ้างตามมาดูกันได้เลย ถ้ำเลสเตโกดอน หากให้อ่านเองแบบไม่มีคำอ่านให้ เชื่อว่าหลาย ๆ ท่านคงจะอ่านว่า “ถ้ำเลส-เต-โก-ดอน” แต่ที่ถูกต้อง ต้องอ่านว่า “ถ้ำเล-สะ-เต-โก-ดอน” ที่มาของชื่อถ้ำมาจากการค้นพบซากฟันของช้างสเตโกดอน ซึ่งเป็นช้างยุคดึกดำบรรพ์ ส่วนคำว่าเลนั้นก็มาจากการเรียกทะเลสั้น ๆ ของชาวปักษ์ใต้นั้นเอง การที่จะเข้าไปในถ้ำเลสเตโกดอนได้นั้น ต้องพายเรือคายัคเข้าไป ระหว่างสองข้างทางนั้น มีหินงอกหินย้อยระยิบระยับประหนึ่งกับว่ามีเพชรเม็ดน้อยใหญ่ฝังอยู่ การพายเรือภายในถ้ำนี้ต้องใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง เนื่องจากถ้ำมีความยาวประมาณ 3-4 กิโลเมตร ปราสาทหินพันยอด การจะเดินทางมาถึงปราสาทหินพันยอดได้นั้น ต้องผ่านการพายเรือคายัคฝ่าดงป่าชายเลน การพายเรือคายัคมาเองโดยไม่มีคนพื้นถิ่นหรือไกด์พายให้นั้น ถือเป็นสิ่งที่ท้าทายความสามารถอย่างหนึ่ง เพราะบางท่านอาจจะพายเรือวนไปวนมาและการพายเรือโต้กับคลื่นนั้นต้องใช้กำลังแขนในการพายเป็นอย่างมาก เมื่อพายมาถึงปราสาทหินพันยอด ความเหนื่อยจากการพายเรือคายัคหายวับไปทันที

สายเที่ยวภูปักหมุดไว้เลยกับ “ภูชี้ดาว” จังหวัดเชียงราย

เชื่อว่าทุกคนคงทราบดีว่าสถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งของจังหวัดเชียงรายที่ขึ้นชื่อ มาก ๆ ก็คือ “ภูชี้ฟ้า” ไม่เพียงแค่รู้จักแต่บางคนเคยไปพิชิตยอดภูมาแล้วด้วย แต่ปัญหาของการไปสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ก็คือ จำนวนนักท่องเที่ยวที่แห่แหนกันไป จนทำให้บางครั้งก็หมดสนุกได้เหมือนกัน ฉะนั้น เราจึงมีอีกหนึ่งที่เที่ยวแนวภูแบบนี้ในจังหวัดเชียงราย ซึ่งเพิ่งเปิดให้ท่องเที่ยวกันไม่กี่ปีมานี้เอง อยู่ไม่ไกลจากภูชี้ฟ้า ความสวยงามก็ไม่แพ้กัน และใครที่ชอบท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้วยล่ะก็ต้องขอบอกเลยว่าถูกใจที่นี่แน่นอน นั่นคือ “ภูชี้ดาว” สูงจนชี้ดาวได้ ทะเลหมอกย่อมต้องสวย ถ้าถึงช่วงปลายฝนต้นหนาว หลาย ๆ คนก็มักจะวางแผนไปเที่ยวหรือหาความสำราญให้กับชีวิต บางคนไม่มีแพลนจะไปไหนก็ใช้วิธีเล่นสนุกกับการเดิมพันออนไลน์ทั้งกีฬาและเกมพนันอื่น ๆ ผ่านเว็บไซต์ผู้ให้บริการอย่าง VWIN ก็นับเป็นไอเดียที่ดีแก้เหงาแบบไม่ต้องเหนื่อยไปถึงคาสิโนตามชายแดนให้เสียเวลา แต่ถ้าใครตั้งใจเอาไว้เลยว่าจะไปสัมผัสอากาศหนาว ๆ และต้องการชื่นชมกับทะเลหมอกในยามเช้าที่ภาคเหนือ “ภูชี้ดาว” น่าจะเป็นหนึ่งตัวเลือกที่ดีที่ขอบอกเลยว่าคุณไม่ผิดหวังแน่ พิกัดของภูชี้ดาวนั้นตั้งอยู่ที่ ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย ไฮไลท์ของที่นี่ก็คือยอดภูที่สูงจากระดับน้ำทะเลขึ้นมาถึง 1,790 เมตร แน่นอนว่าด้วยความสูงระดับนี้ เมื่อมาสัมผัสกับอากาศเย็นในช่วงหน้าหนาว ย่อมเป็นจุดชมทะเลหมอกที่งดงามไม่แพ้ใคร จัดว่าเป็น unseen thailand อีกแห่งที่น่าไปเยือนทีเดียว ธรรมชาติที่ยังสมบูรณ์คือเสน่ห์อีกอย่าง ต้องบอกเลยว่าภูชี้ดาวสามารถเก็บงำความงดงามและความเป็นธรรมชาติที่สมบูรณ์เอาไว้ได้เป็นอย่างดี แม้ระยะหลังจะมีนักท่องเที่ยวไปเยือนมากขึ้น แต่ความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติก็ยังอยู่ ซึ่งชาวบ้านและทางจังหวัดเชียงรายก็ตั้งใจที่จะให้ภูชี้ดาวแห่งนี้ยังคงเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เอาไว้เช่นเดิม ไม่พยายามเสริมเติมแต่งให้มีความเจริญมากเกินไป จึงทำให้การเข้าไปเยือนสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้อาจจะทุลักทุเลบ้างในบางช่วง การเดินทางไปถึงจะต้องอาศัยรถแบบ