ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งประเทศจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวเพื่อการแช่น้ำพุร้อน เพื่อผ่อนคลาย เพื่อรักษาโรค จนเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมของชาติ และเป็นที่นิยมของคนต่างชาติด้วยเช่นกัน ไอซ์แลนด์ ชาติยุโรปมีการแช่น้ำพุร้อนเช่นกัน โดยน้ำพุร้อนของชาวไอซ์แลนด์ที่นิยมได้แก่ Blue Lagoon สถานที่แช่น้ำร้อนเผื่อคลายความหนาวเย็นที่ขึ้นชื่อของประเทศนี้ที่ไม่ได้มีแค่การไปล่าแสงเหนือเท่านั้น ย้อนกลับมาประเทศไทยแหล่งแช่น้ำพุร้อนมีหลายสถานที่หลายจังหวัดในหลายภูมิภาค เช่น ภาคเหนือที่จังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ภาคตะวันตกจังหวัดตาก ภาคกลางจังหวัด กำแพงเพชร อุทัยธานี ราชบุรี ภาคใต้จังหวัดระนอง กระบี่ และสุราษฎร์ธานี เป็นต้น แต่ในการแนะนำครั้งนี้คงแนะนำน้ำพุร้อนทั้งสิบแห่งได้ไม่หมดในคราวเดียว จึงขอเลือกน้ำพุร้อนที่แตกต่างกัน ได้แก่ น้ำพุร้อนในภาคเหนือ คือ น้ำพุร้อนแจ้ซ้อน จ.ลำปาง และน้ำพุร้อนเค็มคลองท่อม จ.กระบี่ เพื่อลอยล่องไปแช่น้ำพุร้อนทั้งสองภาค  ลำปางไม่ได้เป็นแค่เมืองรถม้า หากยังมีน้ำพุร้อนที่เป็นเสมือนสถานที่ผ่อนคลายให้กับนักท่องเที่ยวหรือคนในชุมชนที่เหน็ดเหนื่อยจากการทำงานหนัก การได้มาแช่ตัวทั้งบ่อน้ำพุร้อนส่วนตัวหรือบ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้งที่ให้เลือกรูปแบบการใช้บริการหลากหลาย ทำให้น้ำพุร้อนแจ้ซ้อน ภายในอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน จ.ลำปาง ซึ่งนอกจากจะมีบ่อน้ำพุร้อนที่สร้างขึ้นแล้ว ยังมีบ่อน้ำพุร้อนตามธรรมชาติที่สามารถทำกิจกรรมนำไข่ประเภทต่าง ๆ มาต้มเพื่อบริโภคได้ อีกกิจกรรมหนึ่งที่ไม่ควรพลาดก่อนการแช่น้ำพุร้อน ได้แก่การเดินป่าศึกษาธรรมชาติภายในอุทยาน หรือหากท่านใดนอนพักภายในอุทยาน หรือกางเต็นท์พักเองสมควรอย่างยิ่งที่จะตื่นขึ้นมาแช่น้ำร้อนท่ามกลางไอหมอก เพื่อรับพลังให้กับร่างกาย กระบี่ไม่ได้มีดีแค่สระมรกต หากยังมีน้ำพุร้อนเค็มคลองท่อม ที่เป็นน้ำพุร้อนที่มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับน้ำทะเล ซึ่งนับว่าหาได้ยากมากในโลกนี้ นอกจากจะมีน้ำพุร้อนเค็มเป็นบ่อเปิดบริการให้นักท่องเที่ยวผ่อนคลายแล้ว