Month: October 2019

“โอกินาวา” สัมผัสวัฒนธรรมริวกิว ชมถ้ำหินงอกหินย้อย ชิมอาหารทะเลสด

สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยการเดินทางไปท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นนั้นปลดล็อกการเดินทางท่องเที่ยวในด่านสำคัญคือการไม่ต้องขอวีซ่าเพื่อเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่น ทำให้การเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นจับต้องได้ง่ายกว่าเดิมมาก ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมเป็นเอกลักษณ์ในแบบฉบับของตน อาหารที่อร่อยและเริ่มคุ้นชินกับคนไทยตามการเผยแพร่วัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่นมาสู่ประเทศไทยมากขึ้น เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และเป็นแหล่งรวมสินค้าเพื่อการช้อปปิ้งที่สนุกแห่งหนึ่งของโลก                 “โอกินาวา” เมืองชายหาดและเป็นประตูทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น ที่ตั้งของอาณาจักรริวกิวในอดีต มีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย การเดินทางสะดวกหากทำใบขับขี่สากลจากประเทศไทยไปเพื่อเช่ารถขับเองจะสนุกไม่น้อย ขับง่ายเพราะคนญี่ปุ่นรักษากฎจราจรเป็นอย่างดี สำหรับการเดินทางเริ่มจากการชมมรดกโลกของเมืองโอกินาวา อันประกอบไปด้วย ปราสาทต่าง ๆ เช่น ปราสาทชูริ ปราสาทนะคะกุสุคุ ประสาทคะซึเร็น ประสาทซาคามิ และประสาทนาคิจิน                 “ Okinawa Churaumi Aquarium” อควาเรียมที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของโลก เพื่อชมฉลามวาฬยักษ์ที่ว่ายเวียนใน อควาเรียมขนาดใหญ่เสมือนเป็นโรงภาพยนตร์ขนาดใหญ่ที่มีสิ่งมีชีวิตจริงแสดงให้ดู นอกจากนี้ในส่วนต่าง ๆ ยังให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับสิ่งมีชีวิตตัวเป็น ๆ ในโซน Touch Pool ที่ให้สัมผัสได้ทั้งปลาดาว และปลิงทะเล อควาเรียมที่นี่เหมาะอย่างยิ่งที่จะมาเรียนรู้ทรัพยากรทางทะเลที่ทั้งได้ความรู้และสนุกสนานไปด้วย                 “Gyokusendo” ถ้ำหินปูนอายุกว่าสามแสนปี ภาพแรกที่พบคือถ้ำอลังการและสวยงามมาก สามารถเดินเข้าไปได้ง่ายไม่เหนื่อยมาก เนื่องจากมีสะพานเหล็กราบไม่ชันมากตลอดเส้นทาง ระหว่างทางเดินจะพบกับหินงอกหินย้อยประดับไฟตกแต่งสวยงามทั้งตัวหินงอกหินย้อยและลำธารเล็ก ๆ ภายในถ้ำ หลังจากออกนอกถ้ำมีการจำลองวิถีชีวิตของชาวริวกิวให้นักท่องเที่ยวได้ชม มีพิพิธภัณฑ์งูฮาบุซึ่งเป็นงูที่มีพิษร้ายแรงของโอกินาว่า การเดินเที่ยวชมทางสถานที่ได้จัดให้เดินตามเส้นทางได้สะดวก และเก็บบรรยากาศได้อย่างครบถ้วน            

กัวลาลัมเปอร์ เที่ยวเพลินเผลอหลงรัก

“กัวลาลัมเปอร์” เมืองหลวงของประเทศมาเลเซีย เมืองที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมทำให้วัฒนธรรมต่าง ๆ นั้นพยายามแสดงออกมาเป็นเอกลักษณ์แต่ผสานกันอย่างลงตัว ทั้งอาหารการกิน สถาปัตยกรรม ที่เป็นทั้งแบบดั้งเดิมและแบบฟิวชั่น เกิดเป็นเสน่ห์ใหม่ที่น่าค้นหาและน่าท่องเที่ยว                 การเช่ารถขับในเมืองกัวลาลัมเปอร์สามารถทำได้หากเรามีใบขับขี่สากล เป็นอีกเมืองหนึ่งที่ขับรถเองได้ง่าย หาที่จอดรถได้ตามจุดต่าง ๆ ที่สำคัญน้ำมันราคาถูกมาก ทำให้ประหยัดค่าเดินทางได้ดี หรือหากใครไม่สะดวกเช่ารถขับก็สามารถเดินทางโดยสารผ่านการขนส่งสาธารณะก็สะดวกที่จะไปยังจุดที่เป็นจุดสำคัญทางการท่องเที่ยวของกัวลาลัมเปอร์ ทั้งรถไฟฟ้าที่ครอบคลุมเส้นทาง รถแท็กซี่ หรือรถประจำทาง                 “ถ้ำบาตู” อยู่ห่างจากนอกเมืองมาอีกนิดสามารถนั่งรถไฟฟ้ามาถึงได้ ถ้ำนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของผู้นับถือศาสนาฮินดู ด้านหน้าถ้ำมีรูปปั้นพระขันธกุมารองค์ใหญ่โดดเด่นเป็นตระหง่าน และนักท่องเที่ยวสามารถออกกำลังกายเพื่อบริหารเส้นเลือดให้หัวใจสูบฉีดได้ด้วยการเดินขึ้นไปเข้าถ้ำด้วยขั้นบันได 272 ขั้น จะพบกับเหล่าองค์เทพต่าง ๆ ที่ชาวฮินดูนับถือ แต่สิ่งที่ต้องระวังคือบรรดาลิงทั้งหลายที่อาจจะเข้ามาทักทายหยิบจับสิ่งของของท่านไปเล่นได้                 “ปุตราจายา” เมืองใหม่ที่เป็นศูนย์กลางการบริหารประเทศที่มีทั้งความทันสมัยและความสวยงามของสถาปัตยกรรมของมัสยิดสีชมพูที่โดดเด่นเมื่อเดินผ่านเข้าไปตรงประตูจะต้องตะลึงกับความสวยงามแน่นอน นอกจากนี้ในเมืองนี้ยังมีกิจกรรมกลางแจ้งเช่นการปีนหน้าผาจำลอง ลานเล่นสเก็ตบอร์ด เส้นทางปั่นจักรยานเสือภูเขา หรือการพายเรือคายัค เรือแคนนู หรือเรือถีบ ได้ด้วย และหากใครชื่นชอบธรรมชาติสามารถเดินเล่นชมสวน Taman Botani สวนพฤกษศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในมาเลเซีย เพื่อศึกษาพืชพันธุ์ต่าง ๆ จากทั่วโลกได้ด้วย ครบทุกกิจกรรมในสถานที่เดียว                 “ตึกเปโตรนัส” หรือคนไทยเรียกติดปากกันว่าตึกแฝด สามารถถ่ายรูปคู่กับตึกนี้ได้ทั้งในเวลากลางวัน และเวลากลางคืนก็สวยงามไม่แพ้กัน เราสามารถใช้เวลาบริเวณตึกนี้ได้ทั้งวันเริ่มจากการถ่ายรูปคู่กับตึกและเข้าไปจับจ่ายใช้สอยของภายในบริเวณห้าง

เมื่อเที่ยวฟิลิปปินส์แล้วจะไม่อยากลามะนิลา

“ฟิลิปปินส์” ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่คนไทยอาจจะไม่คุ้นเคยนัก ด้วยวัฒนธรรม ศาสนาที่แตกต่าง และออกในแนวจะเป็นยุโรปมากกว่าประเทศพุทธหรืออิสลาม เพื่อนบ้านที่คุ้นเคย ผู้คนส่วนใหญ่ในฟิลิปปินส์นับถือศาสนาคริสต์ ดังนั้นเราจะพบโบสถ์เก่าแก่ ตามแบบสถาปัตยกรรมของสเปนซึ่งเป็นประเทศเจ้าอาณานิคมมาอย่างยาวนาน                 “มหาวิหารแห่งมะนิลา” สถานที่แห่งแรกที่อยากให้ไปเยือนเพราะเป็นสถานที่สำคัญทางศาสนา เราะจะพบนักท่องเที่ยวมากมายรวมถึงชาวคริสต์ของเมืองมะนิลาแวะเวียนกันมาเสมอ นอกจากนี้หากเกิดอาการเมื่อยขาอยากนั่งรถชมเมืองก็มีรถม้าบริการนักท่องเที่ยวให้นั่งชมวิวเมืองสบาย ๆ หรือจะลองนั่งรถที่เป็นสัญลักษณ์ของมะนิลา “รถจิ๊ปนี่” ซึ่งเป็นรถประจำทางที่ตกแต่งสีสันสดใสในสไตล์แตกต่างกัน ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในการนั่งรถชมรอบเมือง                 “นาขั้นบันไดบานาเว” เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ควรไปชมอย่างมาก บางคนอาจจะเห็นว่านาขั้นบันไดที่ซาปา ประเทศเวียดนามก็มีไม่ต้องบินไปไกลถึงฟิลิปปินส์ อยากให้ลองคิดทบทวนดูใหม่ เพราะนาขั้นบันไดที่นี่ได้รับการยอมรับจากองค์การยูเนสโกยกย่องให้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ยุคใหม่ลำดับที่ 8 ของโลก นาขั้นบันไดบานาเวเป็นร่องรอยทางวัฒนธรรมชนเผ่า Ifugao เมื่อสองพันปีก่อน เป็นวิธีการทำเกษตรกรรมที่ฉลาดมากสำหรับในยุคนั้นซึ่งปัจจุบันชาวนาท้องถิ่นยังคงทำนาข้าวในขั้นบันไดนี้กันอยู่ และหากใครอยากสัมผัสวัฒนธรรมพื้นเมืองสามารถนอนพักรีสอร์ทที่นาขั้นบันไดนี้ได้ด้วย และอยากให้ลองชิมซอสที่ทำจากกล้วยที่นำมาใช้แทนซอสมะเขือเทศที่เราทานกันรสชาติแปลกใหม่แต่ไปในทางที่ดี                 “Pagsanjan fall” น้ำตกแห่งนี้อยู่ห่างจากกรุงมะนิลาประมาณ 90 กิโลเมตร การเดินทางเข้าไปน้ำตกต้องไปทางเรือโดยคนพายเรือจะค่อย ๆ พายเรือไปในแม่น้ำเมื่อถึงเกาะแก่งต่าง ๆ ที่น้ำตื้นเขินคนพายเรือจะทั้งดันทั้งลากรวมถึงแบกเรือที่ให้เรานั่ง เพื่อไปสู่จุดหมายคือน้ำตก เป็นการท่องเที่ยวที่ได้รับประสบการณ์ใหม่มากเพราะเราจะไม่ทันตั้งตัว คนพายเรือก็แบกเราให้ข้ามหินก้อนนี้ไปยังก้อนนั้นเป็นระยะทางหลายกิโลเมตร นับได้ว่าต้องมีความแข็งแรงและคุ้นชินเส้นทางเป็นอย่างดี หลังจากนั้นคนเรือจะรอเราและให้เราเดินเข้าไปยังน้ำตกซึ่งน้ำไหลแรงมากและจะมีแพให้เราฝ่ากระแสน้ำที่ไหลลงมาจากหน้าถ้ำเพื่อเข้าไปภายในถ้ำ สิ่งที่ตื่นเต้นคือเมื่อแพอยู่ตรงกลางน้ำตกที่ไหลเทลงมาตัวของเราจะจมลงไปในน้ำครึ่งตัวก่อนที่จะโผล่ขึ้นมาอีกทีเมื่อเราเข้ามาอยู่ภายในถ้ำแล้ว การเดินทางครั้งนี้ถือว่าได้รับประสบการณ์แปลกใหม่ของการท่องเที่ยวต่างแดน           เมื่ออ่านมาถึงย่อหน้าสุดท้ายแล้วคงจะคิดเหมือนกันว่า กรุงมะนิลา

“อิโปห์ (IPOH)” ศิลปะข้างถนนที่ต้องค้นหา

การเดินทางครั้งใหม่เกิดขึ้นได้เสมอเพียงลบคำว่า “ไม่มีเวลา” ออกไปจากพจนานุกรมส่วนตัว การได้เจอเพื่อนใหม่ การได้รับไมตรีจากคนแปลกหน้าเวลาหลงทางและขอความช่วยเหลือโดยการถามทางเป็นเรื่องที่น่าสนุกไม่น้อย อยู่ที่มุมมองของแต่ละคน เฉกเช่นงานศิลปะ บางคนมองว่าสวย บางคนมองต่างออกไป ทั้งศิลปะขึ้นห้าง หรือศิลปะขึ้นหิ้ง ไม่เว้นแม้แต่ศิลปะข้างถนนตามกำแพงบ้านเรือน ตามตัวตึกรามบ้านช่อง ซอกซอยที่กำลังเป็นที่นิยมกันไม่น้อยในหมู่ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทยเรา                 “อิโปห์” เมืองเล็ก ๆ ของประเทศมาเลเซีย ขนาดเล็กแต่อบอุ่น ตั้งอยู่ห่างจากกรุงกัวลาลัมเปอร์เพียง 200 กิโลเมตร สามารถเดินทางด้วยรถไฟประมาณ 2 ชั่วโมง หรือเช่ารถขับก็ใช้เวลาไม่นาน ระหว่างทางอาจแวะเที่ยวเก็นติ้งไฮแลนด์ (Genting Highland) นอนพักท่ามกลางอากาศเย็นตื่นมาพร้อมกับสัมผัสสายหมอกในห้องนอน แล้วค่อยออกเดินทางต่อไปยังเมืองอิโปห์ก็ไม่ติดขัดอะไร หรือจะแวะออกนอกเส้นทางไปอีกหน่อยเพื่อแวะชิมชาที่ คาเมรอนไฮแลนด์ (Cameron Highland) ก็เป็นอีกเส้นทางการท่องเที่ยวหนึ่งที่น่าสนใจ                 “อิโปห์ (IPOH)” ศิลปะข้างถนนที่ต้องค้นหา ตามชื่อนั้นเป็นเรื่องจริงที่ตัวงานศิลปะตามถนนนั้นจะหลบซ่อนให้นักท่องเที่ยวต้องค้นหาจะด้วยการเดินหรือการขับรถไปตามจุดต่าง ๆ เป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้น บางคนหาตามเส้นทางใน google map ไม่เจอไม่ต้องกลัวเพียงยื่นรูปให้ชาวเมืองอิโปห์ดูเจ้าบ้านก็พร้อมใจจะให้คำตอบหรือไม่ก็พาเดินไปยังภาพเหล่านั้นได้ สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาดนอกจากชมศิลปะตามตึกแล้วลองแวะชิมกาแฟที่เป็นสาขาต้นกำเนิดของกาแฟร้าน “Old Town White Coffee” กาแฟสัญชาติมาเลเซียอันโด่งดัง